ทนายความด้านกฎหมายธุรกิจและมรดก | คดีผู้ถือหุ้น เลิกบริษัท คืนบริษัทร้าง โอนหุ้น วางแผนมรดกและธุรกิจครอบครัว โดยทนายบ้านและคอนโด
บริการทนายกฎหมายธุรกิจ ให้คำปรึกษาและดำเนินการจัดตั้งบริษัท แก้ไขข้อมูลบริษัท ข้อพิพาทผู้ถือหุ้นและกรรมการ ฟ้องเลิกบริษัท ขอคืนบริษัทร้าง ปรับโครงสร้างธุรกิจ วางแผนทรัพย์สินและมรดก ปรึกษาทนายบ้านและคอนโด

ทำความรู้จัก “ทนายบ้านและคอนโด” และบริการด้านกฎหมายธุรกิจ
การทำธุรกิจไม่ได้มีเพียงเรื่องการค้าขาย การให้บริการ หรือการสร้างผลกำไร แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจกรรมการ การบริหารเงินของบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้น การสืบทอดกิจการ และการแยกทรัพย์สินของธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัว
เมื่อผู้ถือหุ้นหรือสมาชิกในครอบครัวเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกัน ปัญหาเล็กน้อยอาจพัฒนาเป็นข้อพิพาทที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ เช่น กรรมการไม่ยอมลงลายมือชื่อร่วมกัน ถอนเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว จัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยไม่แจ้งอีกฝ่าย เปลี่ยนกรรมการ เพิ่มทุน หรือโอนหุ้นโดยไม่ได้รับความยินยอม
ทนายบ้านและคอนโด ให้บริการด้านกฎหมายธุรกิจตั้งแต่การวางโครงสร้างก่อนเริ่มกิจการ การจัดทำเอกสารและข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น การแก้ไขข้อพิพาท ไปจนถึงการดำเนินคดีต่อศาล เพื่อปกป้องสิทธิของเจ้าของกิจการ ผู้ถือหุ้น และทายาท พร้อมวางแนวทางให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง
ปรึกษาทนายความด้านกฎหมายธุรกิจ เพื่อประเมินโครงสร้างบริษัท สิทธิของผู้ถือหุ้น
และแนวทางป้องกันหรือแก้ไขข้อพิพาททางธุรกิจ
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

หุ้นส่วนทะเลาะกัน ธุรกิจไปต่อไม่ได้ ต้องแก้ไขอย่างไร?
ปัญหาที่พบได้บ่อยในธุรกิจและบริษัทที่มีคนในครอบครัวเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน
หลายบริษัทเริ่มต้นขึ้นจากความไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจร่วมกันระหว่างเพื่อน คู่สมรส พี่น้อง หรือสมาชิกในครอบครัว ในช่วงเริ่มต้นจึงอาจไม่ได้กำหนดเรื่องอำนาจ หน้าที่ สิทธิในการบริหาร หรือวิธีแก้ไขปัญหาไว้ละเอียดมากนัก
แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น เงินลงทุนและทรัพย์สินมีมูลค่าสูงขึ้น ความเห็นที่แตกต่างกันอาจกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงจนกระทบต่อการบริหารบริษัทได้
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการไม่สามารถบริหารกิจการร่วมกันได้ กรรมการไม่ยอมลงลายมือชื่อจนไม่สามารถเบิกเงินหรือทำธุรกรรม มีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นโดยไม่แจ้งผู้ถือหุ้นบางราย มีการถอดถอนกรรมการ เพิ่มทุน หรือลดสัดส่วนหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมโดยไม่ชอบ รวมถึงกรณีจัดทำรายงานการประชุมไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือนำเงินของบริษัทไปใช้เป็นการส่วนตัว
นอกจากนี้ ยังมีข้อพิพาทจากการซื้อขายหรือโอนหุ้นโดยไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง กรณีผู้ถือหุ้นเสียชีวิตโดยไม่ได้วางแผนว่าใครจะรับหุ้นและบริหารกิจการต่อ บริษัทถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้างทั้งที่ยังมีที่ดิน อาคาร เงินฝาก หรือทรัพย์สินอยู่ ตลอดจนปัญหาของธุรกิจครอบครัวที่พ่อแม่ต้องการส่งต่อกิจการให้ลูกหลายคน แต่ไม่สามารถกำหนดสัดส่วนหุ้นและอำนาจบริหารให้ลงตัวได้
ในหลายกรณี ปัญหายังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องสินสมรสและกองมรดก เพราะหุ้นและทรัพย์สินทางธุรกิจอาจปะปนกับทรัพย์สินส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาธุรกิจลักษณะนี้จึงไม่ควรมองเฉพาะกฎหมายบริษัทเพียงด้านเดียว แต่ควรวิเคราะห์ประกอบกันทั้งกฎหมายบริษัท กฎหมายครอบครัว กฎหมายมรดก รวมถึงประเด็นภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรอบด้าน
ทางแก้ปัญหาและหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย
1. การฟ้องขอให้ศาลสั่งเลิกกิจการ
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนบริษัทไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ผู้ถือหุ้นอาจพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1237
เหตุที่ศาลอาจสั่งเลิกบริษัท ได้แก่ บริษัทไม่เริ่มประกอบกิจการภายในหนึ่งปี หยุดดำเนินกิจการถึงหนึ่งปีเต็ม ประกอบกิจการไปมีแต่ขาดทุนโดยไม่มีทางฟื้นตัว จำนวนผู้ถือหุ้นเหลือเพียงคนเดียว หรือมีเหตุอื่นที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้
ตัวอย่างตาม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8937/2560 กรรมการผู้มีอำนาจสองฝ่ายมีความขัดแย้งรุนแรง ไม่ยอมลงลายมือชื่อร่วมกัน และฟ้องร้องดำเนินคดีต่อกัน จนบริษัทหยุดกิจการเกินหนึ่งปี ศาลเห็นว่ามีเหตุสมควรให้เลิกบริษัทตามมาตรา 1237 (2)
อย่างไรก็ตาม การทะเลาะกันระหว่างผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากบริษัทยังคงประกอบกิจการได้และมีผู้ถือหุ้นรายอื่นได้รับผลกระทบจากการเลิกบริษัท ศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริง ความรุนแรงของปัญหา และความสามารถในการดำเนินกิจการต่อเป็นรายกรณี
สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการทางศาล ทีมทนายสามารถตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเข้าหลักเกณฑ์การเลิกบริษัทหรือไม่ พร้อมตรวจสอบสถานะของผู้ถือหุ้น กรรมการ ทรัพย์สิน และหนี้สินของบริษัท ก่อนดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัท รวมถึงการขอให้ศาลตั้งหรือเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี และติดตามกระบวนการรวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ และแบ่งทรัพย์สินที่เหลือภายหลังการชำระบัญชี
2. ขอให้ศาลมีคำสั่งจดชื่อบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน หรือ “ขอคืนบริษัทร้าง”
บริษัทที่ไม่ได้ดำเนินกิจการ ไม่ยื่นงบการเงิน หรือไม่ตอบหนังสือสอบถามของนายทะเบียน อาจเข้าสู่กระบวนการถอนทะเบียนบริษัทร้างตาม มาตรา 1273/1 ถึงมาตรา 1273/3
เมื่อบริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน บริษัทจะสิ้นสภาพนิติบุคคล แต่ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ถือหุ้นอาจยังคงมีอยู่เสมือนบริษัทไม่ได้สิ้นสภาพไป
ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือ บริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนทั้งที่ยังมีทรัพย์สินหรือสิทธิทางกฎหมายค้างอยู่ เช่น ที่ดิน อาคาร ห้องชุด เงินฝาก หนี้สิน สิทธิเรียกร้อง หรือคดีที่ยังต้องดำเนินการต่อ ในกรณีเช่นนี้ ผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน บริษัท หรือเจ้าหนี้ที่ได้รับความเสียหายโดยไม่เป็นธรรม อาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้จดชื่อบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียนตาม มาตรา 1273/4
โดยทั่วไป การยื่นคำร้องขอคืนบริษัทเข้าสู่ทะเบียนต้องดำเนินการ ภายในสิบปีนับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อบริษัทออกจากทะเบียน และเมื่อศาลมีคำสั่งให้บริษัทกลับคืนสู่ทะเบียนแล้ว กฎหมายให้ถือว่าบริษัทยังคงมีอยู่ตลอดมาเสมือนไม่เคยถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน
การดำเนินการในกรณีนี้เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบสถานะและวันที่บริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน คัดเอกสารบริษัทและประกาศของนายทะเบียน ตรวจสอบทรัพย์สิน หนี้สิน และเหตุจำเป็นในการขอคืนบริษัท ก่อนยื่นคำร้องต่อศาล
ภายหลังศาลมีคำสั่งแล้ว ยังต้องประสานงานกับนายทะเบียน ดำเนินการยื่นงบการเงิน ปรับปรุงข้อมูลบริษัทให้ถูกต้อง และดำเนินการต่อเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ยังคงค้างอยู่ในชื่อของบริษัท
3. การเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ไม่ชอบ
การประชุมผู้ถือหุ้นไม่ได้พิจารณาเพียงว่ามีผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ลงคะแนนอย่างไร แต่กระบวนการตั้งแต่ต้นต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทด้วย ตั้งแต่การออกหนังสือเรียกประชุม การแจ้งวาระ วัน เวลา และสถานที่ประชุม องค์ประชุม ตลอดจนวิธีการลงคะแนน
หากการเรียกประชุม การประชุม หรือการลงมติฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับบริษัท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นอาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนมติที่ประชุมอันผิดระเบียบตาม มาตรา 1195
ประเด็นสำคัญคือ คำร้องดังกล่าวต้องดำเนินการ ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ลงมติ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5510/2540 เคยวินิจฉัยกรณีมีการส่งหนังสือเรียกประชุมให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยถือว่าเป็นเหตุให้มติที่ประชุมเป็นมติอันผิดระเบียบและสามารถร้องขอให้ศาลเพิกถอนได้ แต่ผู้ร้องต้องดำเนินการภายในกำหนดหนึ่งเดือน
อย่างไรก็ตาม หากข้อเท็จจริงเป็นกรณีที่ ไม่มีการประชุมเกิดขึ้นจริง แต่กลับมีการจัดทำรายงานการประชุมขึ้นเพื่อนำไปใช้จดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการหรือแก้ไขข้อมูลของบริษัท ลักษณะของคดีอาจแตกต่างออกไป และอาจต้องดำเนินคดีเพื่อพิสูจน์ว่ามติดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง หรือขอเพิกถอนผลของการจดทะเบียน โดยข้อเท็จจริงบางกรณีอาจไม่อยู่ภายใต้กำหนดเวลาหนึ่งเดือนตามมาตรา 1195
ทีมทนายสามารถตรวจสอบหนังสือเรียกประชุม รายงานการประชุม รายชื่อผู้เข้าประชุม องค์ประชุม และคะแนนเสียง เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของมติ รวมถึงดำเนินการขอเพิกถอนมติถอดถอนหรือแต่งตั้งกรรมการ มติเพิ่มทุน ลดทุน หรือแก้ไขข้อบังคับ ดำเนินคดีกรณีรายงานการประชุมไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขรายการจดทะเบียนที่ไม่ชอบ และในกรณีเร่งด่วนอาจพิจารณาขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา
4. การซื้อขายและโอนหุ้น ต้องมีเอกสารให้ชัดเจน
การซื้อขายหุ้นไม่ควรตกลงกันเพียงด้วยวาจา หรือชำระเงินกันโดยไม่มีเอกสารกำหนดวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่ชัดเจน เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาทภายหลัง คู่กรณีอาจโต้แย้งกันได้ว่าเงินที่ชำระนั้นเป็นเงินซื้อหุ้น เงินกู้ การร่วมลงทุน หรือเป็นการถือหุ้นแทนกัน
การโอนหุ้นของบริษัทจำกัดควรจัดทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของผู้โอนและผู้รับโอน มีพยานรับรอง และดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบข้อบังคับของบริษัท ข้อจำกัดในการโอนหุ้น และสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิมก่อนดำเนินการทุกครั้ง
การให้ทนายตรวจสอบธุรกรรมก่อนซื้อขายจึงสามารถช่วยตรวจสอบสถานะและสิทธิในหุ้น ร่างสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาโอนหุ้น กำหนดเงื่อนไขการชำระราคาและการส่งมอบกิจการ รวมถึงตรวจสอบหนี้ ภาษี สัญญา และภาระผูกพันที่อยู่ในบริษัท
หากเป็นการซื้อกิจการหรือมีผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามา ยังสามารถวางเงื่อนไขเรื่องการห้ามแข่งขัน การรักษาความลับ สิทธิของผู้ถือหุ้นเดิม และระบบคุ้มครองผู้ลงทุนรายใหม่ พร้อมจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นและเอกสารการประชุมที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
5. ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการถอนเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวได้หรือไม่?
แม้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้ก่อตั้งกิจการหรือถือหุ้นในสัดส่วนสูง เงินที่อยู่ในบัญชีของบริษัทและทรัพย์สินที่เป็นของบริษัทก็ยังถือเป็น ทรัพย์สินของนิติบุคคล ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของกรรมการหรือผู้ถือหุ้น
ดังนั้น การถอนเงินออกจากบริษัทไปใช้เป็นการส่วนตัวโดยไม่มีเอกสาร ไม่มีมติ หรือไม่มีหลักฐานรองรับว่าเป็นเงินเดือน เงินยืม เงินปันผล หรือค่าใช้จ่ายของบริษัท อาจทำให้ผู้กระทำมีหน้าที่ต้องคืนเงิน ชดใช้ค่าเสียหาย หรือมีความรับผิดตามกฎหมายอื่นได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้เกี่ยวข้องเป็นกรณีไป
เมื่อเกิดข้อพิพาท ทีมทนายสามารถตรวจสอบรายการเดินบัญชีและเอกสารทางการเงิน เรียกร้องให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคืนเงินแก่บริษัท ดำเนินคดีแทนบริษัทหรือผู้ถือหุ้นที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับอำนาจของกรรมการ หรือขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันการโอนและยักย้ายทรัพย์สิน
ในเชิงป้องกัน ยังสามารถวางระบบการอนุมัติค่าใช้จ่าย เงินเดือน เงินกู้กรรมการ และเงินปันผล รวมถึงจัดทำข้อตกลงเพื่อป้องกันการนำทรัพย์สินของบริษัทไปใช้เป็นการส่วนตัวโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
6. หุ้นเป็นมรดกหรือไม่?
หุ้นในบริษัทถือเป็นทรัพย์สินและสามารถตกทอดเป็นมรดกได้
เมื่อผู้ถือหุ้นเสียชีวิต หุ้นไม่ได้หายไปและไม่ได้ตกเป็นของบริษัทโดยอัตโนมัติ แต่จะเข้าสู่กองมรดกและต้องดำเนินการจัดสรรให้แก่ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรมตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2536 ยืนยันว่าหุ้นของผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับสิทธิของทายาท และต้องดำเนินการเกี่ยวกับใบหุ้นและการขอลงทะเบียนทายาทเป็นผู้ถือหุ้นตามขั้นตอนของกฎหมาย
ปัญหามักเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของธุรกิจไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เพราะทายาทหลายคนอาจได้รับหุ้นร่วมกันจนเกิดคำถามต่อมาว่าใครมีสิทธิออกเสียง ใครมีอำนาจบริหาร ใครต้องการขายหุ้น และใครต้องการดำเนินกิจการต่อ
การวางแผนก่อนเกิดเหตุจึงมีความสำคัญ ทีมทนายสามารถช่วยตรวจสอบสถานะของหุ้นที่อยู่ในกองมรดก ดำเนินการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก โอนและลงทะเบียนหุ้นให้แก่ทายาท รวมถึงร่างพินัยกรรมเกี่ยวกับหุ้นและกิจการ
สำหรับธุรกิจครอบครัว ยังสามารถวางแผนผู้รับช่วงกิจการ สิทธิในการออกเสียง และการแบ่งหุ้นระหว่างทายาทเพื่อลดความเสี่ยงจากข้อพิพาท หรือวางโครงสร้างให้บุคคลที่ทำหน้าที่บริหารกิจการกับบุคคลที่เป็นผู้รับผลประโยชน์อยู่คนละกลุ่มกันได้
7. หุ้นเป็นสินสมรสหรือไม่?
การมีชื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะไม่มีสิทธิในมูลค่าของหุ้นเสมอไป
ต้องพิจารณาก่อนว่าหุ้นนั้นได้มาก่อนหรือระหว่างสมรส ใช้เงินส่วนตัวหรือเงินที่เป็นสินสมรสในการซื้อหุ้น และคู่สมรสมีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างกันไว้อย่างไร
ในทางกลับกัน แม้คู่สมรสอีกฝ่ายจะมีสิทธิในมูลค่าทางทรัพย์สินของหุ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นหรือมีสิทธิออกเสียงในบริษัทโดยอัตโนมัติ เพราะ สถานะผู้ถือหุ้น กับ สิทธิในสินสมรส เป็นคนละประเด็นทางกฎหมาย
การวางแผนจึงควรเริ่มจากการตรวจสอบว่าหุ้นเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส วิเคราะห์สิทธิในมูลค่าหุ้น เงินปันผล และผลประโยชน์จากบริษัท หากกำลังจะแต่งงานอาจวางแผนทรัพย์สินและจัดทำสัญญาก่อนสมรสพร้อมจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรส ส่วนกรณีกำลังจะหย่า อาจจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับหุ้นและกิจการ รวมถึงข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินแนบท้ายทะเบียนหย่า เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อพิพาทในครอบครัวกระทบต่อการบริหารบริษัท
8. การจัดการมรดก
การจัดการมรดก คือกระบวนการตามกฎหมายในการรวบรวมทรัพย์สินและหนี้สินของผู้เสียชีวิต เพื่อนำมาจัดการและแบ่งปันแก่ทายาทอย่างถูกต้อง
หากไม่มีผู้จัดการมรดก ในบางกรณีทายาทอาจไม่สามารถดำเนินนิติกรรมสำคัญเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตได้ เช่น การโอนที่ดิน หรือการเบิกถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียชีวิต
กรณี มีพินัยกรรม หากพินัยกรรมระบุชื่อผู้จัดการมรดกไว้ บุคคลดังกล่าวสามารถดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หรือยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้แต่งตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ส่วนกรณี ไม่มีพินัยกรรม ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียอาจต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก โดยสามารถดำเนินการด้วยตนเองผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตอำนาจศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา หรือใช้บริการทนายความในการดำเนินคดีและจัดเตรียมเอกสาร
9. ทายาทมีสิทธิได้รับมรดกมากน้อยเพียงใด?
การพิจารณาว่าใครจะได้รับมรดกและได้รับในสัดส่วนเท่าใด ต้องเริ่มจากการตรวจสอบก่อนว่า ผู้เสียชีวิตมีพินัยกรรมหรือไม่มีพินัยกรรม
หากไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกจะตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับและสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด โดยทายาทลำดับต้นมีสิทธิก่อนทายาทในลำดับถัดไป
ทายาทโดยธรรมประเภทญาติมีทั้งหมด 6 ลำดับ ได้แก่ ผู้สืบสันดาน เช่น บุตร หลาน เหลน และโหลน, บิดามารดา, พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน, พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน, ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา
สำหรับ คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกร่วมด้วย โดยสัดส่วนจะขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทประเภทใดอยู่ในขณะนั้น
หากมีผู้สืบสันดาน คู่สมรสจะได้รับส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตรหนึ่งคน หากรับมรดกร่วมกับบิดามารดาหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา คู่สมรสจะได้รับหนึ่งในสองของมรดก และหากรับร่วมกับพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย หรือลุง ป้า น้า อา คู่สมรสจะได้รับสองในสามของมรดก
ส่วนกรณีมีพินัยกรรม ผู้รับพินัยกรรมจะมีสิทธิได้รับทรัพย์สินตามที่ผู้ทำพินัยกรรมกำหนดไว้ โดยการจัดการและแบ่งทรัพย์มรดกยังต้องพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของพินัยกรรมและข้อจำกัดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยนัยกรรมจะมีสิทธิได้รับมรดกตามที่ระบุไว้ก่อนทายาทโดยธรรม ยกเว้นแต่จะมีทายาทบางกลุ่มที่มีสิทธิได้รับ “ส่วนจำกัด” ตามกฎหมาย (เช่น บุตรหรือคู่สมรส) ที่อาจร้องขอส่วนแบ่งเพิ่มเติมได้
มีปัญหาผู้ถือหุ้น กรรมการ บริษัท หรือการส่งต่อธุรกิจให้ทายาท?
ปรึกษาทีมทนายบ้านและคอนโด เพื่อประเมินข้อเท็จจริง ตรวจสอบเอกสาร และวางแนวทางทางกฎหมายที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

ปัญหาอื่น ๆ ที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริษัท ผู้ถือหุ้น และมรดก (FAQ)
หุ้นส่วนทะเลาะกัน สามารถฟ้องเลิกบริษัทได้ทันทีหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกกรณีที่ศาลจะมีคำสั่งเลิกบริษัท ต้องพิจารณาว่าความขัดแย้งนั้นรุนแรงถึงขั้นทำให้บริษัทหยุดกิจการ ไม่สามารถบริหารงานได้ ขาดทุนโดยไม่มีทางฟื้นตัว หรือไม่สามารถดำรงกิจการต่อไปได้จริงหรือไม่
ก่อนตัดสินใจยื่นคำร้องต่อศาล ควรประเมินทางเลือกอื่นประกอบด้วย เช่น การให้ฝ่ายหนึ่งซื้อหุ้นของอีกฝ่าย การขายหุ้น การเปลี่ยนกรรมการ หรือการเจรจาแบ่งกิจการ หากยังสามารถแก้ปัญหาโดยไม่ต้องเลิกบริษัทได้
กรรมการไม่ยอมลงลายมือชื่อ ทำให้บริษัททำธุรกรรมไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?
ต้องตรวจสอบหนังสือรับรองบริษัท ข้อบังคับ และมติแต่งตั้งกรรมการก่อนว่ากำหนดอำนาจลงนามไว้อย่างไร
บางกรณีอาจแก้ไขได้โดยการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเปลี่ยนกรรมการหรือเปลี่ยนอำนาจลงนาม แต่หากอีกฝ่ายขัดขวาง หรือการประชุมไม่สามารถดำเนินการโดยชอบได้ อาจจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการทางศาล รวมถึงการขอเลิกกิจการในกรณีที่มีเหตุทางกฎหมายเพียงพอ
บริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนกลายเป็นบริษัทร้าง แต่ยังมีที่ดินอยู่ ทำอย่างไร?
หากบริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้วแต่ยังมีที่ดินหรือทรัพย์สินอยู่ กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้บริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน โดยต้องตรวจสอบและดำเนินการภายใน 10 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน
ไม่ได้รับหนังสือเชิญประชุม แต่ที่ประชุมมีมติถอดออกจากกรรมการ ทำอย่างไร?
ควรรีบตรวจสอบวันที่มีการลงมติ เพราะการร้องขอเพิกถอนมติที่ประชุมอันผิดระเบียบตามมาตรา 1195 มีระยะเวลาเพียง หนึ่งเดือนนับแต่วันที่ลงมติ
หากปล่อยเวลาไว้ อาจทำให้หมดสิทธิในการขอเพิกถอนมติดังกล่าว จึงควรนำหนังสือเรียกประชุม รายงานการประชุม และเอกสารการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบโดยเร็ว
ซื้อหุ้นและชำระเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้น ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่?
ต้องตรวจสอบทั้งสัญญาโอนหุ้น ใบหุ้น ข้อบังคับของบริษัท และทะเบียนผู้ถือหุ้น
การชำระเงินเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการใช้สิทธิต่อบริษัทหรือบุคคลภายนอก จึงควรจัดทำเอกสารการโอนและดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนผู้ถือหุ้นให้ครบถ้วน
ผู้ถือหุ้นเสียชีวิต หุ้นตกเป็นของใคร?
หุ้นจะเข้าสู่กองมรดกและตกทอดแก่ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรมตามกฎหมาย แต่การใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นในทางปฏิบัติอาจต้องดำเนินการผ่านผู้จัดการมรดก และขอลงทะเบียนผู้มีสิทธิในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นให้ถูกต้องก่อน
คู่สมรสไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น มีสิทธิในหุ้นหรือไม่?
อาจมีสิทธิในมูลค่าของหุ้น หากหุ้นดังกล่าวได้มาระหว่างสมรสหรือใช้สินสมรสในการลงทุน แต่ไม่ได้หมายความว่าคู่สมรสจะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นหรือมีสิทธิออกเสียงในบริษัทโดยอัตโนมัติ
ต้องตรวจสอบที่มาของเงิน วันที่ได้มาซึ่งหุ้น และเอกสารหรือข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสประกอบกัน
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถอนเงินบริษัทไปใช้เองส่วนตัวได้หรือไม่?
แม้จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็ไม่สามารถนำเงินของบริษัทไปใช้ตามอำเภอใจได้ เพราะเงินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของบริษัท
หากไม่มีฐานทางบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานว่าการนำเงินออกไปเป็นไปเพื่อกิจการ หรืออยู่ในฐานะเงินเดือน เงินยืม เงินปันผล หรือค่าใช้จ่ายที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้เกี่ยวข้องอาจมีหน้าที่คืนเงิน ชดใช้ค่าเสียหาย และอาจมีความรับผิดทางอาญาหรือความรับผิดตามกฎหมายอื่น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
มีลูกหลายคน ควรแบ่งหุ้นให้เท่ากันหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องแบ่งหุ้นให้ลูกทุกคนเท่ากันเสมอไป
เจ้าของธุรกิจควรพิจารณาว่าใครเป็นผู้บริหาร ใครทำงานอยู่ในกิจการ ใครต้องการเพียงผลตอบแทนจากธุรกิจ และใครไม่ได้ต้องการรับช่วงกิจการต่อ จากนั้นจึงวางสัดส่วนหุ้น สิทธิในการออกเสียง และสิทธิรับผลตอบแทนให้เหมาะสม
บางครอบครัวอาจกำหนดสิทธิของหุ้นแตกต่างกัน หรือเลือกจัดสรรทรัพย์สินประเภทอื่นให้แก่บุตรที่ไม่ได้รับหุ้นธุรกิจ เพื่อป้องกันปัญหาการบริหารกิจการภายหลัง
ควรให้ลูกเขยหรือลูกสะใภ้ถือหุ้นหรือไม่?
ลูกเขยหรือลูกสะใภ้สามารถถือหุ้นได้เช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นทั่วไป แต่ควรประเมินความเสี่ยงในกรณีหย่า เสียชีวิต หรือเกิดข้อพิพาทภายในครอบครัวไว้ล่วงหน้า
หากจะให้ถือหุ้น ควรกำหนดข้อจำกัดในการโอนหุ้น สิทธิในการซื้อหุ้นคืน และเงื่อนไขต่าง ๆ ไว้ในข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นให้ชัดเจน

บริการด้านกฎหมายธุรกิจ ผู้ถือหุ้น ธุรกิจครอบครัว และการวางแผนทรัพย์สิน โดยทนายบ้านและคอนโด
ทนายบ้านและคอนโด ให้บริการตั้งแต่การวางโครงสร้างธุรกิจในระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการแก้ไขข้อพิพาท การดำเนินคดี และการวางแผนส่งต่อกิจการและทรัพย์สินระหว่างรุ่น
กฎหมายธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มธุรกิจหรือมีบริษัทอยู่แล้ว เราให้บริการตั้งแต่การจัดตั้งบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน การเปลี่ยนแปลงกรรมการและอำนาจลงนาม การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและจัดทำทะเบียนผู้ถือหุ้น การเพิ่มทุน ลดทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัท
นอกจากนี้ยังครอบคลุมการจัดทำรายงานการประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้น การเลิกบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนโดยคำสั่งศาลตามมาตรา 1237 การชำระบัญชีและแบ่งทรัพย์สินคงเหลือ ตลอดจนการดำเนินการเกี่ยวกับบริษัทร้างตามมาตรา 1273/1 ถึงมาตรา 1273/3 และการขอคืนบริษัทเข้าสู่ทะเบียนตามมาตรา 1273/4
กฎหมายเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น
ข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นและกรรมการมักมีทั้งเรื่องอำนาจบริหาร เงินลงทุน และสิทธิในกิจการเข้ามาเกี่ยวข้อง เราจึงให้บริการทั้งการเจรจาและการดำเนินคดี ตั้งแต่กรณีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการขัดแย้งกันจนบริษัทไม่สามารถดำเนินต่อ การฟ้องขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัท การขอเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอันผิดระเบียบ และการดำเนินคดีกรณีรายงานการประชุมไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ในด้านการถือหุ้นและการลงทุน ยังรวมถึงการซื้อขายและโอนหุ้น การตรวจสอบสิทธิและสัดส่วนการถือหุ้น การร่างสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น การกำหนดสิทธิซื้อก่อนและเงื่อนไขในการขายหุ้น การจัดการหุ้นที่อยู่ในกองมรดก การวิเคราะห์หุ้นที่อาจเป็นสินสมรส การเรียกร้องกรณีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นนำเงินหรือทรัพย์สินของบริษัทไปใช้ส่วนตัว รวมถึงการเจรจาให้ผู้ถือหุ้นถอนตัวหรือซื้อหุ้นของอีกฝ่าย
ธุรกิจครอบครัว
การส่งต่อกิจการให้รุ่นต่อไปไม่ใช่เพียงการแบ่งหุ้นให้ลูก แต่ต้องวางให้ชัดว่าใครจะเป็นผู้บริหาร ใครควรมีสิทธิออกเสียง ใครควรได้รับเงินปันผล และจะทำอย่างไรหากสมาชิกบางคนไม่ได้ต้องการทำงานในธุรกิจ
เราจึงให้บริการวางแผนสืบทอดกิจการ กำหนดผู้บริหารรุ่นต่อไป แยกทรัพย์สินของธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัว วางระบบเงินเดือน โบนัส และผลตอบแทนของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงร่างธรรมนูญครอบครัวและข้อตกลงผู้ถือหุ้น
สำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลายคน สามารถวางระบบบริหารและแบ่งหุ้นให้แก่บุตรหรือทายาท พร้อมกำหนดสิทธิในการออกเสียงและสิทธิรับเงินปันผลให้แตกต่างตามบทบาทได้ รวมถึงวางแผนกรณีบุตรบางคนไม่ต้องการรับช่วงกิจการ หรือกรณีมีลูกเขยหรือลูกสะใภ้เข้ามาถือหุ้น
การวางแผนยังสามารถเชื่อมโยงกับพินัยกรรมเพื่อป้องกันข้อพิพาทระหว่างทายาท และกำหนดวิธีซื้อหุ้นคืนเมื่อสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิตหรือออกจากกิจการ เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนแปลงในครอบครัวกระทบต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ
การวางแผนทรัพย์สินและมรดก
การวางแผนทรัพย์สินสามารถทำได้ตั้งแต่เจ้าของทรัพย์สินยังมีชีวิต ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดปัญหามรดกก่อน
ทีมทนายสามารถช่วยวางแผนการโอนหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ให้แก่ทายาท วางแผนการโอนทรัพย์สินในขณะที่เจ้าของยังมีชีวิต ป้องกันปัญหาการแบ่งมรดก และจัดทำพินัยกรรมพร้อมกำหนดผู้จัดการมรดก
สำหรับเจ้าของกิจการ การวางแผนจะครอบคลุมถึงการส่งต่อธุรกิจและทรัพย์สินทางธุรกิจ การแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากทรัพย์สินบริษัท และการวางโครงสร้างสำหรับครอบครัวที่มีทายาทหลายคน
หากเกี่ยวข้องกับชีวิตสมรส ยังสามารถวางแผนทรัพย์สินก่อนแต่งงาน จัดทำสัญญาก่อนสมรสและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรส วางแผนก่อนหย่า และจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับหุ้น บริษัท และทรัพย์สินแนบท้ายการหย่า รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบของสินสมรสที่อาจมีต่อหุ้นและกิจการ
ดูแลทั้ง “ธุรกิจ” และ “ทรัพย์สิน” ให้เดินต่อได้อย่างมั่นคง
ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งบริษัท การเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ถือหุ้น ข้อพิพาทระหว่างหุ้นส่วน การเพิกถอนมติที่ประชุม การซื้อขายหุ้น การขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัท การขอคืนบริษัทร้าง หรือการวางแผนส่งต่อกิจการและทรัพย์สินให้แก่ทายาท
ทีมทนายบ้านและคอนโดพร้อมช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์เอกสาร และวางแนวทางทางกฎหมายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละธุรกิจ
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*
แนะนำทนายความด้านกฎหมายธุรกิจและมรดก

จุฑาทิพย์ นันทโพธิเดช (ทนายทิพย์)
ทนายความด้านกฎหมายธุรกิจ ข้อพิพาทผู้ถือหุ้น และธุรกิจครอบครัว
กฎหมายธุรกิจไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะการจดทะเบียนบริษัทหรือการจัดทำเอกสารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น อำนาจของกรรมการ การบริหารทรัพย์สินของบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้น การซื้อขายหุ้น และการวางแผนส่งต่อกิจการให้แก่ทายาท
ทนายทิพย์ มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาและวางแนวทางแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ ตั้งแต่การจัดตั้งและปรับโครงสร้างบริษัท การเปลี่ยนแปลงกรรมการและผู้ถือหุ้น การร่างข้อตกลงผู้ถือหุ้น ไปจนถึงการดำเนินคดีเมื่อหุ้นส่วนขัดแย้งกันอย่างรุนแรง บริษัทไม่สามารถดำเนินกิจการต่อ หรือมีการนำเงินและทรัพย์สินของบริษัทไปใช้โดยไม่ชอบ
นอกจากนี้ ทนายทิพย์ยังให้ความสำคัญกับการวางแผนธุรกิจครอบครัวและการสืบทอดกิจการ เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจกำหนดผู้บริหารรุ่นต่อไป แบ่งหุ้นให้บุตรหรือทายาท วางระบบผลตอบแทนของสมาชิกในครอบครัว และแยกทรัพย์สินทางธุรกิจออกจากทรัพย์สินส่วนตัวอย่างเหมาะสม
หากคุณกำลังประสบปัญหาผู้ถือหุ้นทะเลาะกัน กรรมการไม่สามารถบริหารงานร่วมกัน ถูกถอดออกจากกรรมการโดยไม่ชอบ บริษัทถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้าง หรือต้องการวางแผนส่งต่อกิจการให้ทายาท ทนายทิพย์และทีมทนายบ้านและคอนโด พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินความเสี่ยง และวางแนวทางทางกฎหมายที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
ติดต่อทีมทนายบ้านและคอนโดเพื่อรับคำปรึกษา ประเมินเอกสาร และวางแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

