บริการทนายสืบทรัพย์และบังคับคดี ตรวจสอบทรัพย์ลูกหนี้ ยึดทรัพย์ อายัดบัญชี ขอเฉลี่ยทรัพย์ และติดตามการขายทอดตลาด โดยทนายบ้านและคอนโด
ทนายความด้านสืบทรัพย์และบังคับคดี โดยทนายบ้านและคอนโด

ชนะคดีแล้ว…แต่ไม่ได้เงิน ลูกหนี้ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย?
อย่าปล่อยให้ “คำพิพากษา” เป็นเพียงแค่กระดาษ
การชนะคดีไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะได้รับเงินทันที หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้ เพิกเฉยต่อคำพิพากษา ซ่อนทรัพย์ หรือโอนทรัพย์สินให้บุคคลอื่น เจ้าหนี้จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เพื่อให้สามารถติดตาม ยึด หรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้มาชำระหนี้ตามกฎหมาย
ทนายบ้านและคอนโด ให้บริการด้านการสืบทรัพย์และบังคับคดีแบบครบวงจร ตั้งแต่มีคำพิพากษา ตรวจสอบทรัพย์สิน ดำเนินการบังคับคดี ยื่นคำร้องต่อศาลและเจ้าพนักงานบังคับคดี ตลอดจนติดตามการขายทอดตลาดและการรับเงินจากการบังคับคดี
ดูแลโดยทีมทนายความมืออาชีพ อธิบายเข้าใจง่าย โปร่งใส มีระบบติดตามงานและรายงานความคืบหน้า เพื่อช่วยให้คำพิพากษาของคุณเกิดผลในทางปฏิบัติ
ทำความรู้จัก “ทนายบ้านและคอนโด” กับบริการด้านการบังคับคดี
การได้รับคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระเงินเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการติดตามหนี้ตามกฎหมาย เพราะศาลไม่ได้ดำเนินการค้นหา ยึด หรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ให้เจ้าหนี้โดยอัตโนมัติ
เจ้าหนี้ต้องตรวจสอบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอยู่ที่ใด ทรัพย์สินใดสามารถบังคับคดีได้ และควรใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสมกับข้อเท็จจริงของคดี ไม่ว่าจะเป็นการยึดอสังหาริมทรัพย์ อายัดเงินในบัญชี อายัดสิทธิเรียกร้อง ขอเฉลี่ยทรัพย์ หรือดำเนินคดีกรณีพบการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน
ทีมทนายบ้านและคอนโดให้บริการวิเคราะห์และวางแผนการบังคับคดีเฉพาะราย เพราะลูกหนี้แต่ละคนมีสถานะ ทรัพย์สิน ภาระผูกพัน และพฤติการณ์แตกต่างกัน การเลือกบังคับคดีผิดประเภทหรือดำเนินการล่าช้า อาจทำให้พลาดโอกาสได้รับชำระหนี้
ชนะคดีแล้ว อย่าหยุดเพียงแค่ได้คำพิพากษา ต้องติดตามต่อให้คำพิพากษาเกิดผลจริง
ปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบสถานะคดี กำหนดเวลาบังคับคดี และแนวทางติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

บริการนี้เหมาะสำหรับใคร?
1. เจ้าหนี้มีคำพิพากษา แต่ยังไม่ได้รับชำระเงิน
เหมาะสำหรับผู้ที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ได้รับชำระหนี้แล้ว แต่ลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา เช่น
- ลูกหนี้ไม่ยอมจ่ายเงิน
- ติดต่อไม่ได้หรือหลบเลี่ยง
- อ้างว่าไม่มีทรัพย์สิน
- ไม่ทราบว่าลูกหนี้มีบ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรือเงินฝากอยู่ที่ใด
- พบว่าลูกหนี้เริ่มจำหน่ายหรือเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองทรัพย์สิน
- เคยบังคับคดีแล้ว แต่ยังได้รับชำระหนี้ไม่ครบ
เราช่วยตรวจสอบสถานะคำพิพากษา ยอดหนี้คงเหลือ กำหนดเวลาบังคับคดี และทรัพย์สินที่อาจนำมายึดหรืออายัด เพื่อวางแผนบังคับคดีให้เหมาะสมกับต้นทุนและโอกาสได้รับชำระหนี้
2. เจ้าหนี้ของลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ล้มละลาย หรือขอฟื้นฟูกิจการ
หากลูกหนี้บุคคลธรรมดาหรือบริษัทถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้ไม่ควรนิ่งเฉยหรือรอให้มีผู้ติดต่อมาเอง
เจ้าหนี้ต้องตรวจสอบประกาศและยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด พร้อมแสดงรายละเอียดมูลหนี้ ดอกเบี้ย หลักประกัน และเอกสารประกอบอย่างครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิในการได้รับส่วนแบ่งจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้
ในคดีล้มละลาย โดยหลักเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือนนับแต่วันประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หากพ้นกำหนด อาจต้องยื่นคำร้องขออนุญาตตามเงื่อนไขของกฎหมาย และไม่ได้หมายความว่าจะอนุญาตทุกกรณี
เราให้บริการตรวจสอบมูลหนี้ จัดเตรียมเอกสาร ยื่นคำขอรับชำระหนี้ เข้าตรวจคำขอรับชำระหนี้ คัดค้านคำขอของเจ้าหนี้รายอื่นเมื่อจำเป็น และติดตามกระบวนการแบ่งทรัพย์สิน
3. บุคคลที่เป็นเจ้าของร่วม ต้องใช้สิทธิร้องกันส่วนหรือปกป้องทรัพย์สินในส่วนของตน
หากบ้าน ที่ดิน อาคารชุด หรือทรัพย์สินที่ถูกยึดเป็นทรัพย์สินที่คุณถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับลูกหนี้ คุณอาจได้รับผลกระทบจากการบังคับคดี แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ตาม
ตัวอย่างเช่น
- สามีหรือภริยาถูกฟ้อง แต่ทรัพย์สินมีกรรมสิทธิ์ร่วม
- บุคคลที่ถือครองที่ดินร่วมกัน แต่เจ้าของร่วมคนหนึ่งมีหนี้
- ทรัพย์สินของบุคคลอื่นถูกเข้าใจผิดว่าเป็นของลูกหนี้และถูกนำยึด
- มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินร่วม และต้องการขอกันเงินตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์
เจ้าของร่วมอาจมีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อขอให้ปล่อยทรัพย์ในส่วนที่เป็นของตน หรือขอให้กันเงินจากการขายทอดตลาดตามสัดส่วนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะทรัพย์ เอกสารกรรมสิทธิ์ การครอบครอง และข้อเท็จจริงของแต่ละคดี กรมบังคับคดีอธิบายว่าเจ้าของร่วมเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่อาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ในส่วนของตนหรือขอกันเงินจากการขายทอดตลาดได้
เรื่องดังกล่าวมีกำหนดเวลาและขั้นตอนเฉพาะ จึงควรให้ทนายตรวจสอบทันทีเมื่อได้รับแจ้งการยึดหรือทราบว่าจะมีการขายทอดตลาด

ทำไมชนะคดีแล้ว…ยังไม่ได้รับเงิน?
ลูกหนี้จำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา หรือพยายามทำให้เจ้าหนี้ติดตามทรัพย์สินได้ยากขึ้น เช่น
- ไม่ชำระหนี้และไม่ติดต่อกลับ
- อ้างว่าไม่มีรายได้หรือไม่มีทรัพย์สิน
- ยักย้ายถ่ายโอนบ้านหรือที่ดินให้ญาติหรือบุคคลใกล้ชิด
- ถอนหรือย้ายเงินออกจากบัญชี
- เปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์
- โอนหุ้นหรือสิทธิในกิจการให้บุคคลอื่น
- สร้างภาระจำนองหรือหนี้ขึ้นเพิ่มเติม
- ซ่อนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้อง
- ปิดบริษัทหรือย้ายสถานประกอบการ
- ปล่อยให้เจ้าหนี้รายอื่นยึดทรัพย์สินไปก่อน
หากไม่มีการดำเนินการอย่างถูกต้อง เจ้าหนี้อาจมีเพียงคำพิพากษา แต่ไม่สามารถนำทรัพย์สินของลูกหนี้มาชำระหนี้ได้ ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไป โอกาสที่ทรัพย์สินจะถูกจำหน่าย สร้างภาระผูกพัน หรือถูกเจ้าหนี้รายอื่นบังคับคดีก่อนก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
อย่ารอจนทรัพย์ถูกโอน อย่ารอจนเจ้าหนี้รายอื่นยึดไปก่อน และอย่ารอจนพ้นกำหนดเวลาบังคับคดี
ให้ทนายช่วยตรวจสอบแนวทางบังคับคดี
ปรึกษาทนายบ้านและคอนโดได้แล้ววันนี้

บริการที่เกี่ยวข้องกับ สืบทรัพย์และบังคับคดีของเรา
1. สืบทรัพย์ลูกหนี้
ไม่ทราบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไร หรือซ่อนทรัพย์ไว้ที่ใด?
การสืบทรัพย์เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจยึดหรืออายัด เพราะการบังคับคดีต้องระบุทรัพย์สินหรือสิทธิของลูกหนี้ให้เพียงพอต่อการดำเนินการ
เราช่วยตรวจสอบข้อมูลและเอกสารจากช่องทางที่กฎหมายอนุญาต เพื่อค้นหาทรัพย์สินที่อาจนำมาบังคับคดีได้ เช่น
- บ้าน อาคาร และสิ่งปลูกสร้าง
- ที่ดินและสิทธิในที่ดิน
- ห้องชุด
- รถยนต์และยานพาหนะ
- เงินฝากในบัญชีธนาคาร
- รวมถึงทรัพย์สินหรือสิทธิอื่นๆ
เมื่อพบข้อมูลแล้ว ทีมทนายจะประเมินว่าทรัพย์สินใดมีภาระจำนอง มีเจ้าหนี้บุริมสิทธิ มีเจ้าของร่วม หรือมีข้อจำกัดในการยึดหรืออายัดหรือไม่ ก่อนกำหนดแนวทางดำเนินการ
2. ยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์
เมื่อพบทรัพย์สินของลูกหนี้ เราช่วยจัดเตรียมคำร้อง เอกสาร และประสานกระบวนการบังคับคดีตามกฎหมาย เช่น
- ยึดบ้านและสิ่งปลูกสร้าง
- ยึดที่ดิน
- ยึดห้องชุด
- ยึดรถยนต์
- อายัดเงินในบัญชีธนาคาร
- อายัดเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในส่วนที่กฎหมายอนุญาต
- อายัดเงินปันผล
- อายัดค่าเช่า
- อายัดเงินที่บุคคลภายนอกต้องชำระแก่ลูกหนี้
- อายัดสิทธิเรียกร้องตามสัญญา
- นำทรัพย์สินเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาด
การยึดหรืออายัดต้องพิจารณาทั้งมูลค่าทรัพย์ ภาระผูกพัน เจ้าหนี้ที่มีสิทธิก่อน ค่าใช้จ่าย และโอกาสที่เจ้าหนี้จะได้รับเงินสุทธิ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่มีต้นทุนสูงแต่ไม่เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ
3. ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์
อย่าปล่อยให้เจ้าหนี้รายอื่นได้รับเงินจากทรัพย์ของลูกหนี้ไปเพียงฝ่ายเดียว
หากเจ้าหนี้รายอื่นได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้แล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายอื่นอาจไม่สามารถยึดทรัพย์เดียวกันซ้ำได้ แต่สามารถพิจารณายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามเงื่อนไขของกฎหมาย เพื่อขอรับส่วนแบ่งจากเงินที่ได้จากทรัพย์สินนั้น
บริการของเราครอบคลุม
- ตรวจสอบว่าผู้ขอมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่
- ตรวจสอบทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออายัด
- ตรวจสอบกำหนดเวลายื่นคำร้อง
- จัดทำและยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์
- ติดตามการขายทอดตลาดและการทำบัญชีในการออกเช็คชำระหนี้
- ตรวจสอบลำดับสิทธิของเจ้าหนี้และภาระผูกพันในทรัพย์
การขอเฉลี่ยทรัพย์มีกำหนดเวลาค่อนข้างสั้น โดยกรณีขายทอดตลาด กรณีอายัดสิทธิเรียกร้อง และกรณียึดเงิน มีจุดเริ่มต้นนับเวลาที่แตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบและดำเนินการทันทีที่ทราบว่ามีทรัพย์ถูกยึดหรืออายัด
4. ยื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
หากลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ การติดตามหนี้จะไม่ได้ดำเนินการเหมือนคดีแพ่งทั่วไป เจ้าหนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายล้มละลายและยื่นขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด
เราให้บริการ
- ตรวจสอบประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือคำสั่งฟื้นฟูกิจการ
- วิเคราะห์สถานะของเจ้าหนี้สามัญและเจ้าหนี้มีประกัน
- ตรวจสอบมูลหนี้ เงินต้น ดอกเบี้ย และค่าเสียหาย
- จัดเตรียมหลักฐานแห่งหนี้
- ยื่นคำขอรับชำระหนี้
- แก้ไขเพิ่มเติมคำขอเมื่อมีเหตุจำเป็น
- เข้าตรวจคำขอรับชำระหนี้
- ยื่นคำโต้แย้งหรือคัดค้านคำขอของเจ้าหนี้รายอื่น
- เข้าร่วมประชุมเจ้าหนี้
- ติดตามคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้
- ติดตามการแบ่งทรัพย์หรือการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ
หากไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามขั้นตอน เจ้าหนี้สามัญอาจไม่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากกองทรัพย์สิน แม้จะมีสัญญา ใบแจ้งหนี้ เช็ค หรือคำพิพากษาอยู่แล้วก็ตาม
5. ร้องกันส่วน ขอปล่อยทรัพย์ และคุ้มครองเจ้าของร่วม
หากทรัพย์ที่ถูกยึดไม่ได้เป็นของลูกหนี้ทั้งหมด หรือมีบุคคลภายนอกถือกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วย เจ้าของร่วมควรตรวจสอบสิทธิของตนโดยเร็ว
เราให้บริการ
- ตรวจสอบเอกสารกรรมสิทธิ์และสัดส่วนการถือครอง
- วิเคราะห์ว่าควรร้องขอปล่อยทรัพย์ ร้องขัดทรัพย์ หรือขอกันเงินจากการขายทอดตลาด
- จัดเตรียมพยานหลักฐานเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงิน
- พิสูจน์กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง
- ขอคุ้มครองส่วนของคู่สมรสหรือเจ้าของร่วม
- คัดค้านการยึดทรัพย์เกินส่วนของลูกหนี้
- ติดตามการขายทอดตลาดและการกันเงินตามสัดส่วน
- ดำเนินคดีกรณีมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
ในกรณีที่ทรัพย์เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมและยังไม่ได้แบ่งแยกส่วนอย่างชัดเจน อาจมีการยึดทรัพย์ตามสภาพหรือขายทรัพย์ทั้งรายการ แล้วกันเงินให้เจ้าของร่วมตามสิทธิ การมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมจึงไม่ได้หมายความว่าทรัพย์จะไม่ถูกนำออกขาย เจ้าของร่วมต้องเข้ามาใช้สิทธิภายในขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
6. ดำเนินคดีกรณีลูกหนี้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์หรือโกงเจ้าหนี้
ลูกหนี้โอนบ้านให้ญาติ เปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ หรือสร้างหนี้ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ถูกยึดหรือไม่?
หากพบว่าลูกหนี้มีพฤติการณ์จำหน่าย จ่าย โอน ซ่อนเร้น หรือสร้างภาระเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อทำให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ ทีมทนายสามารถตรวจสอบแนวทางดำเนินการได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา เช่น
- ฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล
- ขอให้เพิกถอนหรือไม่รับรองนิติกรรมที่กระทบสิทธิของเจ้าหนี้
- ตรวจสอบประวัติการโอนทรัพย์
- ตรวจสอบผู้รับโอนและความสัมพันธ์กับลูกหนี้
- ขอใช้มาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เมื่อเข้าเงื่อนไข
- ร้องทุกข์หรือดำเนินคดีอาญาฐานโกงเจ้าหนี้
- ติดตามทรัพย์สินกลับเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 กำหนดความผิดกรณีผู้กระทำมีเจตนาโกงเจ้าหนี้ ไว้ว่า ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม การโอนทรัพย์ภายหลังมีหนี้ไม่ได้เป็นความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบเจตนา ช่วงเวลาการโอน มูลค่าตอบแทน ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา และองค์ประกอบทางกฎหมายเป็นรายกรณี
ปรึกษาทนายก่อนดำเนินคดี
ทนายบ้านและคอนโด ดูแลตั้งแต่คำพิพากษา จนถึงขั้นตอนติดตามทรัพย์และบังคับคดี
ขั้นตอนการให้บริการ
1. ตรวจสอบเอกสารและสถานะคดี
ตรวจสอบคำพิพากษา คำสั่งศาล คำบังคับ หมายบังคับคดี สถานะอุทธรณ์หรือฎีกา คำสั่งทุเลาการบังคับคดี และการดำเนินการที่ผ่านมา
2. คำนวณยอดหนี้และกำหนดเวลาบังคับคดี
ตรวจสอบเงินต้น ดอกเบี้ย ค่าเสียหาย ค่าฤชาธรรมเนียม เงินที่ได้รับชำระแล้ว และระยะเวลาที่เหลือสำหรับการบังคับคดี
3. ตรวจสอบข้อมูลและสืบทรัพย์
รวบรวมข้อมูลลูกหนี้ ตรวจสอบทรัพย์สิน ภาระผูกพัน เจ้าของร่วม และเจ้าหนี้ที่อาจมีสิทธิก่อน
4. วางแผนการบังคับคดี
ประเมินว่าจะยึด อายัด ขอเฉลี่ย ยื่นขอรับชำระหนี้ ร้องกันส่วน หรือดำเนินคดีเกี่ยวกับการโอนทรัพย์ โดยพิจารณาความคุ้มค่าและความเสี่ยง
5. ดำเนินการต่อศาลและกรมบังคับคดี
จัดทำคำร้อง คำแถลง และเอกสาร ประสานงานกับศาล เจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานที่ดิน ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
6. ติดตามจนถึงขั้นรับชำระหนี้หรือคุ้มครองสิทธิ
ติดตามการยึด การอายัด การขายทอดตลาด การจัดทำบัญชีรับ–จ่าย การขอรับเงิน การแบ่งทรัพย์ และรายงานความคืบหน้าให้ลูกความทราบ
รู้ลึกเรื่องกฎหมายบังคับคดี เพื่อเลือกวิธีดำเนินการให้ถูกต้อง
เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามหมายบังคับคดีของศาล
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278 กำหนดว่า เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานะเจ้าพนักงานศาลในการดำเนินการให้เป็นไปตามหมายบังคับคดี และมีอำนาจในฐานะผู้แทนของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการรับชำระหนี้หรือทรัพย์สินที่นำมาวางตามกฎหมาย
กล่าวคือ การบังคับคดีต้องดำเนินการผ่านกระบวนการของศาลและเจ้าพนักงานบังคับคดี ไม่ใช่การเข้าครอบครองหรือเอาทรัพย์สินของลูกหนี้มาเอง
ลูกหนี้โอนทรัพย์ภายหลังการยึด อาจใช้ยันเจ้าหนี้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3835/2524
คดีดังกล่าวเป็นกรณีเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเฉพาะตัวอาคารและแจ้งการยึดต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจแล้ว ต่อมาลูกหนี้จึงโอนอาคารให้บุคคลภายนอก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการโอนภายหลังการยึดไม่อาจใช้ยันเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้
หลักดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการยึดทรัพย์โดยเร็ว ก่อนที่ลูกหนี้จะเปลี่ยนแปลงสิทธิในทรัพย์สิน
สิทธิเรียกร้องเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าและอาจโอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2508
ศาลฎีกาวินิจฉัยรับรองผลของการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างก่อสร้าง ซึ่งได้ดำเนินการเป็นหนังสือและบอกกล่าวแก่ลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องแล้ว ทำให้สิทธิรับเงินตกเป็นของผู้รับโอน และไม่ใช่ทรัพย์ของลูกหนี้เดิมที่จะถูกเจ้าหนี้รายอื่นอายัดได้อีก
คำพิพากษานี้สะท้อนว่าเงินที่บุคคลภายนอกต้องชำระให้ลูกหนี้ รวมถึงสิทธิเรียกร้องตามสัญญา อาจเป็นทรัพย์สินที่มีความสำคัญต่อการบังคับคดี แต่ต้องตรวจสอบว่ามีการโอนสิทธิหรือมีบุคคลอื่นได้สิทธิก่อนแล้วหรือไม่
เจ้าหนี้ต้องดำเนินการบังคับคดีภายใน 10 ปี
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยจุดเริ่มต้นและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนต้องพิจารณาตามสถานะของแต่ละคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2542 วางหลักว่า กำหนดเวลา 10 ปีดังกล่าวเป็นกำหนดเวลาสำหรับการบังคับคดี ไม่ใช่อายุความแห่งสิทธิเรียกร้อง เมื่อพ้นกำหนดแล้ว การที่ลูกหนี้ทำหนังสือขอผ่อนชำระภายหลังไม่ทำให้สิทธิบังคับคดีที่สิ้นไปแล้วกลับคืนมาโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น ไม่ควรรอให้ใกล้ครบ 10 ปี เพราะการออกหมายบังคับคดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในบางกรณี และการติดตามทรัพย์สินต้องใช้เวลา
อย่าปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาบังคับคดี เพราะคำรับรองหรือคำขอผ่อนชำระภายหลัง อาจไม่สามารถทำให้สิทธิเดิมกลับคืนมาได้
ทำไมต้องเลือกทนายบ้านและคอนโด?
เชี่ยวชาญด้านคดีและกฎหมายอสังหาริมทรัพย์
การยึดบ้าน ที่ดิน ห้องชุด และทรัพย์สินที่มีเจ้าของร่วม ต้องเข้าใจทั้งกฎหมายบังคับคดี กฎหมายทรัพย์สิน ภาระจำนอง สิทธิเหนือทรัพย์ และกระบวนการจดทะเบียน
วางแผนให้เหมาะกับแต่ละคดี
เราไม่ใช้วิธีเดียวกับทุกกรณี แต่พิจารณามูลหนี้ ประเภททรัพย์ ภาระผูกพัน เจ้าหนี้ที่มีสิทธิก่อน ค่าใช้จ่าย และโอกาสได้รับเงินสุทธิ
อธิบายกฎหมายให้เข้าใจง่าย
แปลภาษากฎหมายและขั้นตอนที่ซับซ้อนให้ลูกความเข้าใจ พร้อมอธิบายทางเลือก ข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงก่อนดำเนินการ
ตรวจสอบข้อมูลด้วยวิธีที่ชอบด้วยกฎหมาย
ดำเนินการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลผ่านช่องทางที่กฎหมายอนุญาต ไม่ใช้วิธีละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ
รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
มีระบบติดตามงานและแจ้งสถานะสำคัญ เพื่อให้ลูกความทราบว่าคดีอยู่ในขั้นตอนใดและต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
ดูแลครบทุกขั้นตอน
ตั้งแต่ตรวจสอบคำพิพากษา สืบทรัพย์ ยึดหรืออายัด ขอเฉลี่ยทรัพย์ ยื่นขอรับชำระหนี้ ร้องกันส่วน ติดตามการขายทอดตลาด จนถึงการรับเงินจากการบังคับคดี
เอกสารเบื้องต้นที่ควรเตรียม
เพื่อให้ทีมทนายประเมินแนวทางได้รวดเร็ว ควรเตรียมเอกสารเท่าที่มี ดังนี้
- สำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล
- หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด หากมี
- คำบังคับและหมายบังคับคดี หากมี
- เอกสารแสดงยอดหนี้และรายการรับชำระ
- สัญญา หนังสือรับสภาพหนี้ เช็ค หรือหลักฐานแห่งหนี้
- ข้อมูลชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัว หรือข้อมูลบริษัทของลูกหนี้
- ข้อมูลทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ทราบ
- เอกสารเกี่ยวกับการโอนหรือยักย้ายทรัพย์
- หนังสือแจ้งการยึดหรือประกาศขายทอดตลาด หากมี
- ประกาศพิทักษ์ทรัพย์หรือเอกสารคดีล้มละลาย หากมี
- โฉนด หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือเอกสารเจ้าของร่วม
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
- หนังสือรับรองบริษัทและเอกสารผู้มีอำนาจ กรณีเจ้าหนี้เป็นนิติบุคคล
หากเอกสารไม่ครบ สามารถส่งเอกสารที่มีอยู่มาให้ทีมทนายตรวจสอบเบื้องต้นก่อนได้
ปรึกษาทนายก่อนดำเนินคดี
ทนายบ้านและคอนโด ดูแลตั้งแต่คำพิพากษา จนถึงขั้นตอนติดตามทรัพย์และบังคับคดี

คำถามที่พบบ่อย
ชนะคดีแล้ว ต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อนจึงจะบังคับคดีได้หรือไม่?
ต้องตรวจสอบคำพิพากษา คำบังคับ สถานะอุทธรณ์หรือฎีกา และว่าศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับคดีหรือไม่ บางกรณีอาจเริ่มบังคับคดีได้โดยไม่ต้องรอให้คดีถึงที่สุด แต่ต้องพิจารณาจากสำนวนและคำสั่งศาลเป็นรายคดี
ถ้าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ จะทำอย่างไร?
คำว่า “ไม่มีทรัพย์” อาจหมายถึงยังไม่พบทรัพย์ในขณะนั้น ลูกหนี้อาจมีเงินฝาก รายได้ หุ้น ค่าเช่า สิทธิเรียกร้อง ทรัพย์สินที่ถือร่วม หรือได้รับทรัพย์สินเพิ่มเติมในอนาคต การสืบทรัพย์และติดตามเป็นระยะจึงมีความสำคัญ
อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วไม่พบทรัพย์หรือทรัพย์มีภาระเกินมูลค่า ทีมทนายจะแจ้งข้อจำกัดและประเมินความคุ้มค่าก่อนเสนอให้ดำเนินการต่อ
หากลูกหนี้โอนทรัพย์ให้คนอื่นแล้ว ยังดำเนินคดีได้หรือไม่?
อาจดำเนินการได้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการโอน ผู้รับโอน ราคาหรือค่าตอบแทน ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญา และเจตนาในการโอน ทีมทนายต้องตรวจสอบว่าเข้าเงื่อนไขฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉล ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ หรือแนวทางอื่นหรือไม่
หากเจ้าหนี้รายอื่นยึดทรัพย์ไปก่อน เรายังมีสิทธิหรือไม่?
อาจยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ หากมีคุณสมบัติและยื่นภายในกำหนดตามกฎหมาย จึงควรรีบตรวจสอบทันทีเมื่อทราบว่าทรัพย์ของลูกหนี้ถูกยึดหรืออายัด
เป็นเจ้าของร่วม แต่ทรัพย์ทั้งแปลงถูกยึด ต้องทำอย่างไร?
ควรนำเอกสารกรรมสิทธิ์ หลักฐานการชำระเงิน และหนังสือแจ้งการยึดมาให้ทนายตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อพิจารณาร้องขอปล่อยทรัพย์ในส่วนของตน หรือขอกันเงินจากการขายทอดตลาดตามสัดส่วน
ถ้าลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ยังบังคับคดีแพ่งต่อได้หรือไม่?
โดยทั่วไป การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้จะอยู่ภายใต้กระบวนการล้มละลาย เจ้าหนี้ต้องตรวจสอบสิทธิและยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด ไม่ควรรอให้การบังคับคดีแพ่งเดิมดำเนินต่อไปเอง
ใช้เวลาบังคับคดีนานเท่าใด?
ขึ้นอยู่กับประเภททรัพย์ ความครบถ้วนของข้อมูล ภาระผูกพัน การคัดค้านของลูกหนี้หรือบุคคลภายนอก ขั้นตอนการประเมินราคา และจำนวนรอบการขายทอดตลาด จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาเดียวกันสำหรับทุกคดีได้
สามารถรับประกันว่าจะสืบพบทรัพย์หรือได้รับเงินคืนหรือไม่?
ไม่สามารถรับประกันผลได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินที่สามารถบังคับคดีได้จริงหรือไม่ มูลค่าทรัพย์ ภาระหนี้ เจ้าหนี้ที่มีสิทธิก่อน และข้อเท็จจริงของคดี ทีมทนายจะประเมินโอกาส ความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้
อย่าปล่อยให้คำพิพากษาหมดความหมาย
ทุกวันที่ปล่อยผ่าน อาจเป็นวันที่ลูกหนี้มีโอกาสจำหน่าย สร้างภาระ หรือยักย้ายทรัพย์สินมากขึ้น และอาจมีเจ้าหนี้รายอื่นเข้ายึดหรืออายัดทรัพย์สินไปก่อน
ไม่ว่าคุณจะเป็น
- เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ยังไม่ได้รับเงิน
- เจ้าหนี้ที่ต้องยื่นขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย
- เจ้าหนี้ที่ต้องการขอเฉลี่ยทรัพย์
- เจ้าของร่วมที่ทรัพย์สินกำลังถูกยึดหรือขายทอดตลาด
- ผู้ได้รับผลกระทบจากการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ของลูกหนี้
ให้ทีม ทนายบ้านและคอนโด ช่วยตรวจสอบเอกสาร วางแผนสืบทรัพย์และดำเนินการบังคับคดี เพื่อรักษาสิทธิและเพิ่มโอกาสในการได้รับชำระหนี้ตามกฎหมาย
แนะนำทนายด้านสืบทรัพย์และบังคับคดี

สุทธิพงษ์ สิงห์น้ำเที่ยง (ทนายโจ้)
ทนายสุทธิพงษ์ มีความเชี่ยวชาญด้านการว่าความคดีผู้บริโภค ผิดสัญญาและละเมิด สัญญาซื้อขาย สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาเช่า สัญญากู้ยืม ฯลฯ และยังเป็นทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีฟ้องขอคืนเงินดาวน์ ฟ้องขับไล่จัดทำความคิดเห็นทางกฎหมาย
รวมถึงมีประสบการณ์ตรงด้านการสืบทรัพย์ การยึดและอายัดทรัพย์ การขอเฉลี่ยทรัพย์ การยื่นขอรับชำระหนี้
ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิของเจ้าของร่วม เราพร้อมนำประสบการณ์จากการดำเนินคดีและกระบวนการบังคับคดี มาใช้วางแผนติดตามทรัพย์สินและรักษาสิทธิของคุณอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน
คำพิพากษาจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อสิทธิของคุณได้รับการบังคับให้เกิดผลจริง อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนทรัพย์สินถูกยักย้ายหรือสิทธิในการบังคับคดีสูญเสียไป
ปรึกษาทีมทนายบ้านและคอนโด เพื่อวางแผนสืบทรัพย์และบังคับคดีได้แล้ววันนี้
ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

