Home » บริการด้านกฎหมายกรรมสิทธิ์รวม

บริการงานกฎหมาย: ด้านกรรมสิทธิ์รวม ให้คำปรึกษาและฟ้องแบ่งที่ดิน แก้ปัญหาเจ้าของร่วม ใช้สิทธิในโฉนดไม่ได้ โดยทนายบ้านและคอนโด ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์

‘กรรมสิทธิ์รวม’ เมื่อมีชื่อในโฉนด แต่ใช้ที่ดินไม่ได้

หลายคนมีชื่อเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินหรือทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินมรดกของครอบครัว หรือทรัพย์ที่ซื้อร่วมกับผู้อื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าไม่สามารถใช้สิทธิในทรัพย์สินได้จริง บางคนอยากขายแต่ไม่มีใครยอม บางคนอยากใช้ที่ดินแต่ถูกกีดกัน หรือบางกรณีปล่อยที่ดินทิ้งไว้เพราะไม่มีใครสามารถตัดสินใจได้เพียงลำพัง ทั้งที่ในทางกฎหมายคุณคือ “เจ้าของ” แต่ในความเป็นจริงกลับไม่สามารถใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากคุณไม่มีสิทธิ แต่เกิดจากลักษณะของสิทธิที่เรียกว่า “กรรมสิทธิ์รวม”

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาลักษณะนี้ การปรึกษาทนายตั้งแต่ต้นจะช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิของตนเองและเลือกแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ปรึกษาทนายบ้านและคอนโด เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของคุณก่อนตัดสินใจ

ทนายบ้านและคอนโด ตัวจริง…รู้จริง เรื่องกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และทนายความ กว่า 10 ปี ด้านอสังหาฯ ผ่านมือมา นับพันคดี กว่า 300 เคสต่อปี หลายคดีในนั้น เราสู้ให้ถึงที่สุด จนได้เงินคืนพร้อมค่าปรับ 10 กว่าล้าน เราอยู่กับลูกความจนถึงที่สุด ขอให้เราเป็นหนึ่งในตัวช่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และปกป้องสิทธิให้คุณ

สอบถาม ปรึกษา ฟรี! inbox เฟสบุ๊คเพจ หรือติดต่อ ทางโทรศัพท์

“กรรมสิทธิ์รวม” คืออะไร ?

กรรมสิทธิ์รวม คือกรณีที่ทรัพย์สินมีเจ้าของมากกว่าหนึ่งคน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1356 โดยเจ้าของร่วมแต่ละคนมีสิทธิในทรัพย์สินตามส่วนของตน และสามารถใช้ทรัพย์ร่วมกันได้ตาม มาตรา 1357 แต่ต้องไม่กระทบสิทธิของเจ้าของร่วมคนอื่น ซึ่งในทางปฏิบัติ มักเป็นจุดเริ่มต้นของข้อพิพาท เนื่องจากไม่มีฝ่ายใดสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพย์สินได้เพียงลำพัง

สิทธิเจ้าของร่วม (ตามมาตรา 1357)

เจ้าของร่วมแต่ละคน มีสิทธิในทรัพย์สินตามส่วนของตน (ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมทุกคนมีส่วนเท่า ๆ กัน) และมีสิทธิใช้ทรัพย์ร่วมกัน โดยต้องไม่กระทบสิทธิของเจ้าของร่วมคนอื่น

การจัดการทรัพย์สินร่วม (ตามมาตรา 1358)

ในการจัดการทรัพย์สินของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ทุกคนมีสิทธิจัดการทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมได้ จะมีการแบ่งระดับการจัดการทรัพย์สินออกเป็น 3 แบบหลัก ๆ ประกอบด้วย

  1. จัดการตามธรรมดา ใช้การลงคะแนนเสียงของเจ้าของรวมเสียงข้างมาก กับมีกรณีเจ้าของคนหนึ่งคนใดจัดการเลยได้หากเสียงข้างมากได้มีการร่วมกันตกลงกันไว้ก่อนแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันรักษาสิทธิ์ของทรัพย์
  2. จัดการอันเป็นสาระสำคัญ กรณีนี้ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากโดยกำหนดละเอียดขึ้นคือเสียงข้างมาก = มูลค่าทรัพย์สินห้ามต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคาทรัพย์
  3. จัดการเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ กรณีนี้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมทุกคน

การใช้หรือจัดการทรัพย์สิน ต้องคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของร่วมทุกคน หากมีการใช้เกินสิทธิหรือกีดกันผู้อื่นอาจก่อให้เกิดความรับผิดทางกฎหมาย

มีข้อกฎหมายเพิ่มเติมที่เปิดช่องให้เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมใช้สิทธิเกินส่วนของตัวเองในกรณีใช้เพื่อต่อสู้ข้อพิพาทกับบุคคลภายนอก ตามมาตรา 1359 ซึ่งกฎหมายมีการกำหนดกรอบการดำเนินการไว้ว่าต้องอยู่ในเงื่อนไขตามมาตรา 302 ของ ปพพ แพ่ง (ปพพ มาตรา 302 = ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระมิได้ และมีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ ถ้าบุคคลเหล่านั้นมิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกันไซร้ ท่านว่าลูกหนี้ได้แต่จะชำระหนี้ให้ได้ประโยชน์แก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดด้วยกัน และเจ้าหนี้แต่ละคนจะเรียกชำระหนี้ได้ก็แต่เพื่อได้ประโยชน์ด้วยกันหมดทุกคนเท่านั้น อนึ่งเจ้าหนี้แต่ละคนจะเรียกให้ลูกหนี้วางทรัพย์ที่เป็นหนี้นั้นไว้เพื่อประโยชน์แห่งเจ้าหนี้หมดทุกคนด้วยกันก็ได้ หรือถ้าทรัพย์นั้นไม่ควรแก่การจะวางไว้ก็ให้ส่งแก่ผู้พิทักษ์ทรัพย์ซึ่งศาลจะได้ตั้งแต่งขึ้นนอกจากนี้ ข้อความจริงใดที่เท้าถึงเจ้าหนี้คนหนึ่งเท่านั้นหาเป็นไปเพื่อคุณหรือโทษแก่เจ้าหนี้คนอื่น ๆ ด้วยไม่) โดยหลักเกณฑ์จะหมายถึง กรณีการรับช่วงสิทธิในการดำเนินการต่อสู้ข้อพิพาทกับบุคคลภายนอกไปก่อนและค่อยกลับมาไล่เบี้ยเอากับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมภายหลัง

ประเด็นต่อมาตามมาตรา 1360 จะกล่าวถึงกรณีข้อห้ามของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมว่า มีสิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินได้ แต่ห้ามกระทบกับเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนอื่น และห้อยท้ายถึงประเด็นเรื่องดอกผล (ผลตอบแทน) จากทรัพย์สินว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมแต่ละคนมีสิทธิตามสัดส่วนของตัวเอง

ทางออกทางกฎหมาย

เมื่อเจ้าของร่วมไม่สามารถตกลงกันได้ กฎหมายได้กำหนด “ทางออก” ไว้เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบ โดยกฎหมายเปิดทางให้เจ้าของร่วมดำเนินการได้ดังนี้

1 ขอแบ่งทรัพย์ (ฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวม)

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 (การขอแบ่งทรัพย์ จริง ๆ จะอยู่ในมาตรา 1363)

เจ้าของร่วมมีสิทธิขอแบ่งทรัพย์สินได้ หากตกลงกันไม่ได้ สามารถยื่นฟ้องต่อศาล

2 กรณีแบ่งทรัพย์ไม่ได้ ตาม มาตรา 1364

(กรณีตามมาตรา 1364 ในส่วนแรกจะกล่าวถึงวิธีการแบ่งโดยทั่วไป ส่วนวรรคต่อมาจะเป็นกรณีที่ไม่สามารถแบ่งโดยทั่วไปได้ ต้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อมีคำสั่งแบ่งทรัพย์สินต่อไป)

หากทรัพย์ไม่สามารถแบ่งได้ เช่น

  • มีสิ่งปลูกสร้าง
  • ลักษณะทรัพย์ไม่เหมาะสมต่อการแบ่ง

ศาลอาจสั่งให้ขายทรัพย์ และแบ่งเงินตามส่วน

3 การเรียกค่าเสียหาย

หากเจ้าของร่วมคนหนึ่ง

  • ใช้ทรัพย์เกินสิทธิ
  • กีดกันไม่ให้ผู้อื่นใช้
  • ทำให้ทรัพย์เสียหาย

อาจเข้าข่าย ละเมิดตามมาตรา 420 และสามารถเรียกค่าเสียหายได้

4 การเจรจาและไกล่เกลี่ย

ในหลายกรณี สามารถแก้ไขข้อพิพาทได้โดยไม่ต้องฟ้องคดี เช่น

  • การตกลงแบ่งทรัพย์
  • การกำหนดสิทธิการใช้ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินคดีเสมอไป เพราะในหลายสถานการณ์ การเจรจาไกล่เกลี่ยอาจเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า ทั้งในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณี แต่การจะเลือกใช้วิธีใด ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องคดีหรือการเจรจา จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นรายกรณี เนื่องจากแต่ละสถานการณ์มีรายละเอียดแตกต่างกัน ดังนั้น การวางแผนตั้งแต่ต้นและได้รับคำแนะนำจากทนายความ จะช่วยให้คุณเลือกแนวทางที่เหมาะสม ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรึกษาทนายบ้านและคอนโด เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของคุณก่อนตัดสินใจ

ทนายบ้านและคอนโด ตัวจริง…รู้จริง เรื่องกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และทนายความ กว่า 10 ปี ด้านอสังหาฯ ผ่านมือมา นับพันคดี กว่า 300 เคสต่อปี หลายคดีในนั้น เราสู้ให้ถึงที่สุด จนได้เงินคืนพร้อมค่าปรับ 10 กว่าล้าน เราอยู่กับลูกความจนถึงที่สุด ขอให้เราเป็นหนึ่งในตัวช่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และปกป้องสิทธิให้คุณ

สอบถาม ปรึกษา ฟรี! inbox เฟสบุ๊คเพจ หรือติดต่อ ทางโทรศัพท์

ตัวอย่างแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์รวม

ในทางปฏิบัติ คดีกรรมสิทธิ์รวมไม่ได้พิจารณาเฉพาะบทบัญญัติกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นหลักในการตีความและกำหนดแนวทางคดี ซึ่งมีสาระสำคัญที่สามารถสรุปได้ดังนี้

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักว่า เจ้าของร่วมแต่ละคนมีสิทธิขอแบ่งทรัพย์ได้เสมอ หากไม่สามารถตกลงกันได้ และการที่เจ้าของร่วมฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมแบ่งทรัพย์ อาจถือเป็นการโต้แย้งสิทธิ ทำให้อีกฝ่ายสามารถใช้สิทธิฟ้องต่อศาลได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความเสียหายก่อน

นอกจากนี้ ศาลฎีกายังวางหลักว่า การแบ่งทรัพย์ต้องพิจารณาตามสภาพของทรัพย์เป็นสำคัญ หากทรัพย์สามารถแบ่งได้ ศาลอาจสั่งให้แบ่งเป็นส่วนตามสิทธิของแต่ละฝ่าย แต่หากทรัพย์ไม่สามารถแบ่งได้ หรือการแบ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ ศาลมีอำนาจสั่งให้ขายทรัพย์สินและแบ่งเงินแทน ตามหลักของมาตรา 1364

อีกประเด็นสำคัญคือ ศาลไม่ได้จำเป็นต้องสั่งขายทอดตลาดในทุกกรณี แต่จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับคู่ความมากที่สุด โดยคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์ การใช้ประโยชน์ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าของร่วมแต่ละฝ่าย

แนวคำพิพากษาศาลฎีกายังชี้ให้เห็นว่า แม้เจ้าของร่วมจะตกลงแบ่งการใช้ประโยชน์กันในทางปฏิบัติแล้ว แต่หากยังไม่ได้มีการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็ยังถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวมอยู่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในภายหลัง เช่น การขายหรือโอนทรัพย์

จากแนวคำพิพากษาเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าคดีกรรมสิทธิ์รวมไม่ได้มีคำตอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี การวางกลยุทธ์คดีจึงมีความสำคัญอย่างมาก และควรพิจารณาทั้งข้อกฎหมายและแนวคำพิพากษาประกอบกัน

ปรึกษาทนายบ้านและคอนโด เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของคุณก่อนตัดสินใจ

ทนายบ้านและคอนโด ตัวจริง…รู้จริง เรื่องกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และทนายความ กว่า 10 ปี ด้านอสังหาฯ ผ่านมือมา นับพันคดี กว่า 300 เคสต่อปี หลายคดีในนั้น เราสู้ให้ถึงที่สุด จนได้เงินคืนพร้อมค่าปรับ 10 กว่าล้าน เราอยู่กับลูกความจนถึงที่สุด ขอให้เราเป็นหนึ่งในตัวช่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และปกป้องสิทธิให้คุณ

สอบถาม ปรึกษา ฟรี! inbox เฟสบุ๊คเพจ หรือติดต่อ ทางโทรศัพท์

บริการกฎหมายด้านกรรมสิทธิ์รวม โดยทนายบ้านและคอนโด

บริการด้านกรรมสิทธิ์รวมของทนายบ้านและคอนโด ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาเชิงลึกไปจนถึงการดำเนินคดีในศาล โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของลูกความแต่ละราย เนื่องจากคดีลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับเจ้าของหลายฝ่าย มีความซับซ้อนทั้งในเชิงกฎหมายและความสัมพันธ์ส่วนบุคคล การวางแนวทางตั้งแต่ต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

ในขั้นตอนเริ่มต้น ทีมทนายจะช่วยตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น โฉนดที่ดิน สัญญา หรือเอกสารมรดก เพื่อวิเคราะห์สิทธิของเจ้าของร่วมแต่ละฝ่ายอย่างถูกต้อง พร้อมประเมินแนวทางทางกฎหมายที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งทรัพย์ การเจรจาไกล่เกลี่ย หรือการดำเนินคดี ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกความสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนและลดความเสี่ยงในการดำเนินการ

ในกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินคดี ทีมทนายให้บริการฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมคำฟ้อง การรวบรวมพยานหลักฐาน การยื่นฟ้องต่อศาล ไปจนถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล เพื่อให้ได้ข้อยุติตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังดูแลคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างเจ้าของร่วม เช่น การถูกกีดกันไม่ให้ใช้ทรัพย์ การใช้ทรัพย์เกินสิทธิ หรือกรณีที่เกิดความเสียหายจากการใช้ทรัพย์ร่วม โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิของลูกความอย่างเต็มที่

สำหรับกรณีที่ยังสามารถหาทางออกร่วมกันได้ ทีมทนายยังให้บริการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยช่วยวางกลยุทธ์และเป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อลดความขัดแย้ง ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี รวมถึงรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณี โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นครอบครัวหรือเครือญาติ

นอกจากนี้ ยังให้บริการในคดีที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์รวมในลักษณะอื่น เช่น คดีทรัพย์มรดกที่มีเจ้าของหลายคน คดีแบ่งทรัพย์ระหว่างทายาท หรือข้อพิพาทด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจทั้งกฎหมายทรัพย์สินและกฎหมายมรดกควบคู่กัน

ปรึกษาทนายบ้านและคอนโด เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของคุณก่อนตัดสินใจ

ทนายบ้านและคอนโด ตัวจริง…รู้จริง เรื่องกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และทนายความ กว่า 10 ปี ด้านอสังหาฯ ผ่านมือมา นับพันคดี กว่า 300 เคสต่อปี หลายคดีในนั้น เราสู้ให้ถึงที่สุด จนได้เงินคืนพร้อมค่าปรับ 10 กว่าล้าน เราอยู่กับลูกความจนถึงที่สุด ขอให้เราเป็นหนึ่งในตัวช่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และปกป้องสิทธิให้คุณ

สอบถาม ปรึกษา ฟรี! inbox เฟสบุ๊คเพจ หรือติดต่อ ทางโทรศัพท์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์รวม

ถาม: เจ้าของร่วมขายที่ดินได้หรือไม่ ?

ตอบ: เจ้าของร่วมสามารถขายได้เฉพาะ “ส่วนของตนเอง” แต่ไม่สามารถขายทั้งแปลงได้ หากไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมทั้งหมด

ถาม: หากเจ้าของร่วมไม่ยอมแบ่งที่ดิน ต้องทำอย่างไร ?

ตอบ: สามารถใช้สิทธิฟ้องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมต่อศาลได้ตามกฎหมาย หากไม่สามารถตกลงกันได้ โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาแนวทางการแบ่งทรัพย์ (มาตรา 1363 ประกอบ มาตรา 1364)

ถาม: บังคับขายที่ดินร่วมได้หรือไม่ ?

ตอบ: หากทรัพย์ไม่สามารถแบ่งได้ เช่น มีสิ่งปลูกสร้าง ศาลอาจมีคำสั่งให้ขายทรัพย์สินนั้น และนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนของเจ้าของร่วม (ตามมาตรา 1364)

ถาม: หากถูกกีดกันไม่ให้ใช้ที่ดิน สามารถฟ้องได้หรือไม่ ?

ตอบ: หากเจ้าของร่วมคนหนึ่งถูกกีดกันไม่ให้ใช้ทรัพย์ หรือมีการใช้ทรัพย์เกินสิทธิ อาจเข้าข่ายละเมิด และสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย

ถาม: ที่ดินมรดกถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมหรือไม

ถือเป็นกรรมสิทธิ์รวม หากยังไม่ได้แบ่งทรัพย์มรดก

ถาม: เจ้าของร่วมใช้ที่ดินคนเดียวผิดหรือไม่

ตอบ: หากเป็นการกีดกันผู้อื่น อาจเข้าข่ายละเมิด และต้องรับผิด



หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์รวม หรือไม่แน่ใจว่าควรดำเนินการอย่างไร สามารถปรึกษา ทนายบ้านและคอนโด เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับกรณีของคุณ

ปรึกษาทนายบ้านและคอนโด เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของคุณก่อนตัดสินใจ

ทนายบ้านและคอนโด ตัวจริง…รู้จริง เรื่องกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และทนายความ กว่า 10 ปี ด้านอสังหาฯ ผ่านมือมา นับพันคดี กว่า 300 เคสต่อปี หลายคดีในนั้น เราสู้ให้ถึงที่สุด จนได้เงินคืนพร้อมค่าปรับ 10 กว่าล้าน เราอยู่กับลูกความจนถึงที่สุด ขอให้เราเป็นหนึ่งในตัวช่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และปกป้องสิทธิให้คุณ

สอบถาม ปรึกษา ฟรี! inbox เฟสบุ๊คเพจ หรือติดต่อ ทางโทรศัพท์


ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกรรมสิทธิ์รวม

ไกรสิทธิ์ คล้ายทอง (ทนายบุ๊ค)

ทนายความ

ทนายไกรสิทธิ์ เชี่ยวชาญทนายว่าความด้านอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการอบรมหลักสูตรนักประเมินอสังหาริมทรัพย์และหลักสูตรนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

มีประสบการณ์ด้าน

  • ฟ้องแบ่งที่ดิน
  • คดีกรรมสิทธิ์รวม
  • คดีมรดก
  • คดีอสังหาริมทรัพย์

พร้อมให้คำปรึกษาและวางแนวทางคดีอย่างเหมาะสม

ปรึกษาทนายบ้านและคอนโด อย่าปล่อยให้ทรัพย์สินของคุณกลายเป็น “ทรัพย์ที่ใช้ไม่ได้”

ทนายบ้านและคอนโด ตัวจริง…รู้จริง เรื่องกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ด้วยประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และทนายความ กว่า 10 ปี ด้านอสังหาฯ ผ่านมือมา นับพันคดี กว่า 300 เคสต่อปี หลายคดีในนั้น เราสู้ให้ถึงที่สุด จนได้เงินคืนพร้อมค่าปรับ 10 กว่าล้าน เราอยู่กับลูกความจนถึงที่สุด ขอให้เราเป็นหนึ่งในตัวช่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และปกป้องสิทธิให้คุณ

สอบถาม ปรึกษา ฟรี! inbox เฟสบุ๊คเพจ หรือติดต่อ ทางโทรศัพท์

Scroll to Top