ทนายความด้านนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร โดยทนายบ้านและคอนโด
บริการทนายความด้านนิติบุคคลอาคารชุดและนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร รับให้คำปรึกษา เจรจาไกล่เกลี่ย และดำเนินคดีเกี่ยวกับค่าส่วนกลาง มติที่ประชุมใหญ่ การเลือกตั้งกรรมการ การบริหารทรัพย์ส่วนกลาง การใช้อำนาจของผู้จัดการนิติบุคคล การตรวจสอบบัญชี ตลอดจนข้อพิพาทระหว่างนิติบุคคล เจ้าของร่วม สมาชิกหมู่บ้าน และผู้พัฒนาโครงการ

ทำความรู้จัก “ทนายบ้านและคอนโด” และบริการด้านนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร
เรารับดูแลคดีทั้งฝ่ายนิติบุคคลอาคารชุด นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร คณะกรรมการ ผู้จัดการ เจ้าของห้องชุด เจ้าของบ้าน และสมาชิกนิติบุคคล โดยตรวจสอบข้อเท็จจริง เอกสาร และผลประโยชน์ขัดกันก่อนรับดำเนินการทุกคดี
การอยู่อาศัยร่วมกันภายในคอนโดมิเนียมหรือหมู่บ้านจัดสรรเกี่ยวข้องกับสิทธิและหน้าที่ของบุคคลหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล คณะกรรมการ ผู้จัดการ เจ้าของร่วม สมาชิกหมู่บ้าน ผู้รับจ้างบริหารอาคาร และผู้พัฒนาโครงการ
เมื่อการบริหารจัดการไม่เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือมติที่ประชุม อาจนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องค่าส่วนกลาง การใช้พื้นที่ส่วนกลาง การจัดซื้อจัดจ้าง การเปิดเผยข้อมูลทางบัญชี การเลือกตั้งกรรมการ รวมถึงความรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในโครงการ
ทนายบ้านและคอนโด เป็นทีมทนายความที่มุ่งเน้นกฎหมายอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจสอบเอกสาร วางแนวทางเจรจา และดำเนินคดีเพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ให้เราช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและเสนอแนวทางทางกฎหมาย
สำหรับปัญหานิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรรของคุณ
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

ปัญหาที่พบบ่อยในนิติบุคคลอาคารชุด
การบริหารนิติบุคคลอาคารชุดต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติอาคารชุด ข้อบังคับของนิติบุคคล และมติที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วม ปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. คดีเรียกเก็บค่าส่วนกลางและเงินเพิ่ม
เจ้าของร่วมค้างชำระค่าส่วนกลางเป็นเวลานาน ทำให้นิติบุคคลขาดงบประมาณในการดูแลรักษาอาคาร ระบบรักษาความปลอดภัย ลิฟต์ สระว่ายน้ำ ระบบไฟฟ้า และทรัพย์ส่วนกลาง
ในทางกลับกัน เจ้าของร่วมบางรายอาจถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่าย เงินเพิ่ม หรือเงินพิเศษโดยไม่มีมติหรือไม่มีฐานตามข้อบังคับ จึงต้องตรวจสอบว่าการเรียกเก็บนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
พระราชบัญญัติอาคารชุดกำหนดให้เจ้าของร่วมมีหน้าที่ร่วมออกค่าใช้จ่ายในการจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และกำหนดมาตรการกรณีค้างชำระ รวมถึงการออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้เพื่อใช้ประกอบการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดด้วย
2. มติที่ประชุมใหญ่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ปัญหาอาจเกิดจากการเรียกประชุมโดยไม่ถูกต้อง แจ้งวาระไม่ครบ องค์ประชุมไม่ครบถ้วน การนับคะแนนผิด การใช้หนังสือมอบฉันทะไม่ถูกต้อง หรือมีการลงมติในเรื่องที่ไม่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้า
หากมติส่งผลกระทบต่อสิทธิของเจ้าของร่วม อาจต้องดำเนินการคัดค้าน ขอให้ระงับการบังคับใช้ หรือดำเนินคดีเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
3. ข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมการและผู้จัดการนิติบุคคล
ตัวอย่างปัญหาที่พบ ได้แก่
- กรรมการหรือผู้จัดการพ้นจากตำแหน่งแต่ยังใช้อำนาจ
- การแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้จัดการไม่ถูกต้อง
- กรรมการมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับผู้รับจ้าง
- ไม่ดำเนินการตามมติที่ประชุมใหญ่
- ปฏิเสธไม่เปิดเผยเอกสารหรือข้อมูลทางบัญชี
- ทำสัญญาหรือก่อหนี้เกินขอบเขตอำนาจ
- เบิกจ่ายเงินโดยไม่มีหลักฐานหรือไม่มีการอนุมัติ
หากพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ ทำละเมิด หรือทำให้นิติบุคคลและเจ้าของร่วมเสียหาย ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย
4. การใช้ทรัพย์ส่วนกลางและพื้นที่ส่วนกลาง
ข้อพิพาทมักเกิดจากการนำพื้นที่ส่วนกลางไปใช้เพื่อประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม การเปลี่ยนแปลงพื้นที่จอดรถ การกั้นทางเข้าออก การนำพื้นที่ไปให้เช่า การติดตั้งสิ่งปลูกสร้าง หรือการกำหนดสิทธิใช้ทรัพย์ส่วนกลางโดยไม่เป็นธรรม
การพิจารณาว่าการดำเนินการใดชอบด้วยกฎหมาย ต้องตรวจสอบหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด แผนผังอาคารชุด ข้อบังคับ และมติที่ประชุมประกอบกัน
5. ปัญหาน้ำรั่ว ความเสียหาย และการซ่อมแซมอาคาร
กรณีน้ำรั่ว ผนังแตกร้าว ระบบท่อเสียหาย หรือทรัพย์ส่วนกลางชำรุด มักเกิดข้อโต้แย้งว่าเป็นความรับผิดของเจ้าของห้องชุด นิติบุคคล ผู้รับเหมา หรือผู้พัฒนาโครงการ
การกำหนดผู้รับผิดต้องตรวจสอบต้นเหตุของความเสียหาย ตำแหน่งของทรัพย์สิน สัญญาที่เกี่ยวข้อง รายงานทางวิศวกรรม และหลักฐานการแจ้งซ่อม
6. การออกระเบียบหรือข้อบังคับที่กระทบสิทธิเจ้าของร่วม
เช่น การห้ามเลี้ยงสัตว์ การจำกัดการใช้ที่จอดรถ การห้ามผู้เช่าใช้ส่วนกลาง การกำหนดค่าปรับ การควบคุมการเข้าออก หรือการระงับบริการบางประเภท
แม้นิติบุคคลจะมีอำนาจบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลาง แต่การออกและบังคับใช้ระเบียบต้องอยู่ภายในขอบเขตของกฎหมาย ข้อบังคับ และต้องไม่เป็นการใช้อำนาจเกินสมควร

ปัญหาที่พบบ่อยในนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
1. ผู้พัฒนาโครงการไม่ส่งมอบสาธารณูปโภค
ถนน ระบบระบายน้ำ สวน สโมสร ระบบไฟฟ้า ระบบประปา หรือพื้นที่ส่วนกลางอาจยังไม่ได้รับการส่งมอบให้นิติบุคคลอย่างสมบูรณ์ หรือมีสภาพไม่ตรงตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต
ในกรณีดังกล่าว ต้องตรวจสอบใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน แผนผังโครงการ สัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค และเอกสารการรับโอนทรัพย์สิน
2. ปัญหาการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
ปัญหาอาจเกิดจากผู้จัดสรรที่ดินไม่ดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคล ลูกบ้านไม่สามารถรวบรวมรายชื่อได้ หรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับจำนวนเสียงและขั้นตอนการประชุม
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินฉบับแก้ไขล่าสุดเปิดช่องให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรสามารถรวมตัวกันจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ในบางกรณี หากผู้จัดสรรไม่ดำเนินการหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค โดยกฎหมายฉบับแก้ไขมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
3. คดีค่าส่วนกลางของหมู่บ้านจัดสรร
นิติบุคคลอาจประสบปัญหาสมาชิกไม่ชำระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภค ขณะที่สมาชิกบางรายอาจโต้แย้งอัตราค่าใช้จ่าย วิธีคำนวณ หรือมติที่ใช้ในการเรียกเก็บ
กฎหมายฉบับแก้ไขกำหนดให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน หรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของนิติบุคคลได้
4. ข้อพิพาทเรื่องถนนและทางเข้าออก
ปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ปิดกั้นทางเข้าออก
- ติดตั้งไม้กั้นหรือระบบผ่านเข้าออกไม่เป็นธรรม
- บุคคลภายนอกใช้ถนนโครงการ
- มีการนำถนนหรือพื้นที่ส่วนกลางไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
- ถนนหรือภาระจำยอมไม่เป็นไปตามแผนผังโครงการ
- ผู้จัดสรรลดหรือทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมเสื่อมลง
กฎหมายกำหนดหน้าที่ของผู้จัดสรรในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้ใช้งานได้ตามปกติและไม่ต่ำกว่ามาตรฐานเดิม รวมทั้งห้ามดำเนินการที่ทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดลงหรือเสื่อมความสะดวก
5. การเลือกตั้งกรรมการและการบริหารงานไม่โปร่งใส
ข้อพิพาทอาจเกิดจากการเลือกตั้งกรรมการไม่ถูกต้อง กรรมการหมดวาระ การนับคะแนนผิด การไม่เปิดเผยบัญชี การจัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือการใช้เงินนิติบุคคลผิดวัตถุประสงค์
กรณีดังกล่าวควรตรวจสอบข้อบังคับ รายงานการประชุม สัญญาว่าจ้าง รายการเดินบัญชี ใบเสร็จ และหลักฐานการอนุมัติค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ
6. การบังคับใช้ข้อบังคับไม่เท่าเทียมกัน
เช่น อนุญาตให้สมาชิกบางรายต่อเติมหรือใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ แต่ปฏิเสธสมาชิกอีกราย หรือเลือกบังคับใช้ค่าปรับและระเบียบกับสมาชิกเฉพาะบางกลุ่ม
การใช้ข้อบังคับต้องอยู่บนหลักความสุจริต มีเหตุผล และไม่เลือกปฏิบัติโดยปราศจากฐานทางกฎหมาย

แนวทางแก้ไขเมื่อเกิดข้อพิพาท
1. ตรวจสอบเอกสารและสถานะทางกฎหมาย
เอกสารสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ข้อบังคับนิติบุคคล
- หนังสือรับรองการจดทะเบียน
- รายงานการประชุมใหญ่และการประชุมคณะกรรมการ
- หนังสือเชิญประชุมและรายชื่อผู้เข้าประชุม
- หนังสือมอบฉันทะและผลการลงคะแนน
- งบการเงิน บัญชีรายรับรายจ่าย และรายการเดินบัญชี
- สัญญาบริหารอาคารและสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง
- แผนผังอาคารชุดหรือแผนผังโครงการจัดสรร
- เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ส่วนกลางและสาธารณูปโภค
2. ทำหนังสือคัดค้านหรือทวงถาม
ทนายความสามารถจัดทำหนังสือคัดค้านมติ เรียกให้เปิดเผยเอกสาร ทวงถามค่าส่วนกลาง เรียกให้หยุดการกระทำที่ละเมิดสิทธิ หรือเรียกให้ผู้มีหน้าที่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
3. เจรจาและไกล่เกลี่ย
ข้อพิพาทหลายกรณีสามารถยุติได้โดยไม่ต้องฟ้องคดี เช่น การกำหนดแผนชำระค่าส่วนกลาง การแก้ไขระเบียบ การจัดประชุมใหม่ การส่งมอบเอกสาร หรือการชดใช้ค่าเสียหาย
4. ฟ้องเรียกค่าส่วนกลางและบังคับคดี
นิติบุคคลสามารถดำเนินคดีเรียกค่าใช้จ่ายที่ค้างชำระ เงินเพิ่ม และค่าเสียหายตามสิทธิ เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วสามารถเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีตามกฎหมายได้
5. ฟ้องเพิกถอนมติหรือระงับการกระทำ
หากการประชุมหรือมติไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการดำเนินการของกรรมการและผู้จัดการก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้มีสิทธิอาจดำเนินคดีเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนมติ ระงับการกระทำ หรือให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง
6. ฟ้องเรียกค่าเสียหาย
หากกรรมการ ผู้จัดการ เจ้าของร่วม สมาชิก ผู้รับจ้าง หรือผู้พัฒนาโครงการจงใจหรือประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดความเสียหาย อาจต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามพฤติการณ์แห่งคดี
7. ร้องเรียนหรือยื่นคำขอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
บางกรณีอาจต้องยื่นเรื่องต่อสำนักงานที่ดิน คณะกรรมการจัดสรรที่ดิน หรือหน่วยงานราชการที่มีอำนาจ เพื่อให้ตรวจสอบหรือมีคำสั่งตามกฎหมายก่อนดำเนินคดีต่อศาล
ไม่แน่ใจว่ามติ ข้อบังคับ หรือการเรียกเก็บเงินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?
ให้ทีมทนายบ้านและคอนโดช่วยตรวจสอบเอกสารและประเมินแนวทางดำเนินการก่อนที่ข้อพิพาทจะขยายตัว
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีนิติบุคคล
นิติบุคคลสามารถฟ้องเจ้าของร่วมที่ไม่จ่ายค่าส่วนกลางได้หรือไม่?
ได้ หากเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บโดยชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับ และมติที่เกี่ยวข้อง นิติบุคคลสามารถทวงถามและฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายค้างชำระพร้อมเงินเพิ่มตามสิทธิได้
เจ้าของร่วมสามารถปฏิเสธจ่ายค่าส่วนกลางเพราะไม่ได้ใช้ส่วนกลางได้หรือไม่?
โดยทั่วไป การไม่ใช้ทรัพย์ส่วนกลางไม่ได้ทำให้หน้าที่ชำระค่าใช้จ่ายตามกฎหมายสิ้นสุดลง แต่เจ้าของร่วมยังมีสิทธิโต้แย้งได้หากการเรียกเก็บไม่มีฐานตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือมติที่ถูกต้อง
นิติบุคคลไม่ยอมออกใบปลอดหนี้ ต้องทำอย่างไร?
ควรตรวจสอบก่อนว่ามีหนี้ตามกฎหมายคงค้างอยู่หรือไม่ หากชำระครบถ้วนแล้ว กฎหมายกำหนดให้ผู้จัดการออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เจ้าของร่วมสามารถทำหนังสือทวงถามและใช้สิทธิทางกฎหมายได้
สามารถฟ้องเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ได้หรือไม่?
สามารถดำเนินการได้หากมีเหตุว่าการเรียกประชุม องค์ประชุม การลงคะแนน หรือเนื้อหาของมติไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือข้อบังคับ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและระยะเวลาดำเนินการเป็นรายกรณี
นิติบุคคลสามารถตัดน้ำหรือตัดไฟเจ้าของร่วมได้หรือไม่?
การระงับบริการต้องพิจารณาว่าบริการนั้นเป็นบริการส่วนรวมประเภทใด มีกฎหมายหรือข้อบังคับรองรับหรือไม่ และกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานเกินสมควรหรือไม่ ไม่ควรดำเนินการโดยไม่มีการตรวจสอบทางกฎหมาย
เจ้าของร่วมมีสิทธิขอดูบัญชีของนิติบุคคลหรือไม่?
เจ้าของร่วมและสมาชิกมีสิทธิตรวจสอบการบริหารจัดการตามขอบเขตที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด หากถูกปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล อาจทำหนังสือขอตรวจสอบเอกสารหรือดำเนินการผ่านที่ประชุมและกระบวนการทางกฎหมายได้
กรรมการนิติบุคคลต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวหรือไม่?
กรรมการไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวเพียงเพราะดำรงตำแหน่ง แต่หากกระทำเกินอำนาจ ทุจริต จงใจ หรือประมาทเลินเล่อจนก่อให้เกิดความเสียหาย อาจต้องรับผิดตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย
ผู้พัฒนาโครงการไม่ยอมส่งมอบถนนและสาธารณูปโภค ทำอย่างไร?
ต้องตรวจสอบสถานะการจัดสรรที่ดิน แผนผังโครงการ การค้ำประกัน และเงื่อนไขการพ้นจากหน้าที่ของผู้จัดสรร จากนั้นอาจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน ทำหนังสือบังคับให้ดำเนินการ หรือฟ้องคดีตามความเหมาะสม
ลูกบ้านสามารถจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเองได้หรือไม่?
กฎหมายฉบับแก้ไขเปิดช่องให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรดำเนินการรวมตัวหรือจัดประชุมเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลได้ในบางกรณีที่ผู้จัดสรรไม่ดำเนินการหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องดำเนินการตามจำนวนเสียง ขั้นตอน และหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
นิติบุคคลสามารถห้ามเจ้าของบ้านหรือเจ้าของห้องชุดขายทรัพย์ได้หรือไม่?
นิติบุคคลไม่มีอำนาจห้ามขายทรัพย์โดยไม่มีฐานกฎหมาย แต่หนี้ค่าส่วนกลางอาจส่งผลต่อขั้นตอนการโอนและเอกสารที่ต้องใช้ จึงควรตรวจสอบและชำระบัญชีให้ถูกต้องก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์

บริการด้านคดีนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร
ทนายบ้านและคอนโดให้บริการด้านกฎหมายอย่างครบวงจร ได้แก่
- ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ข้อพิพาท
ตรวจสอบสิทธิ หน้าที่ ข้อบังคับ มติที่ประชุม สัญญา และพยานหลักฐาน เพื่อประเมินแนวทางที่เหมาะสม - ตรวจสอบและร่างข้อบังคับนิติบุคคล
ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของข้อบังคับ ระเบียบการใช้ทรัพย์ส่วนกลาง ระเบียบการจอดรถ การรักษาความปลอดภัย และการจัดเก็บค่าใช้จ่าย - คดีเรียกเก็บค่าส่วนกลาง
จัดทำหนังสือทวงถาม เจรจาแผนการชำระหนี้ ฟ้องคดี และดำเนินการบังคับคดี - คดีโต้แย้งค่าส่วนกลางและเงินพิเศษ
ตรวจสอบฐานการเรียกเก็บ อัตราส่วน มติที่ประชุม ข้อบังคับ และความถูกต้องของเงินเพิ่มหรือค่าปรับ - คดีเพิกถอนมติที่ประชุม
ดำเนินการกรณีการประชุมหรือมติไม่เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือกระทบสิทธิของเจ้าของร่วมและสมาชิก - คดีกรรมการและผู้จัดการนิติบุคคล
ดำเนินคดีเกี่ยวกับการใช้อำนาจเกินขอบเขต การไม่ปฏิบัติหน้าที่ การทุจริต การไม่เปิดเผยข้อมูล หรือการทำให้นิติบุคคลได้รับความเสียหาย - คดีทรัพย์ส่วนกลางและสาธารณูปโภค
ดูแลข้อพิพาทเรื่องถนน ทางเข้าออก ที่จอดรถ สวน สโมสร ระบบระบายน้ำ ระบบรักษาความปลอดภัย และพื้นที่ส่วนกลาง - คดีผู้พัฒนาโครงการไม่ส่งมอบทรัพย์สิน
ตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับการรับโอนทรัพย์ส่วนกลาง สาธารณูปโภค เงินกองทุน และหน้าที่ของผู้จัดสรรหรือผู้พัฒนาโครงการ - บริการเจรจาและไกล่เกลี่ย
เป็นตัวแทนเจรจาระหว่างนิติบุคคล กรรมการ เจ้าของร่วม สมาชิก ผู้รับจ้างบริหาร และผู้พัฒนาโครงการ เพื่อหาข้อยุติโดยไม่จำเป็นต้องดำเนินคดีที่ยืดเยื้อ
ทำไมต้องใช้ทนายความที่เข้าใจกฎหมายอสังหาริมทรัพย์
คดีนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรรไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องการบริหารองค์กร แต่ยังเชื่อมโยงกับกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์ส่วนกลาง ภาระจำยอม การจัดสรรที่ดิน สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และสิทธิของผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก
การดำเนินการโดยไม่ตรวจสอบกฎหมายและเอกสารให้ครบถ้วน อาจทำให้มติที่ประชุมไม่มีผล การเรียกเก็บเงินถูกโต้แย้ง หรือกรรมการและผู้จัดการต้องรับผิดจากการปฏิบัติหน้าที่
ทนายบ้านและคอนโดมีประสบการณ์ด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 15 ปี และดูแลข้อพิพาทเกี่ยวกับบ้าน คอนโด ที่ดิน โครงการจัดสรร และการบริหารนิติบุคคลอย่างต่อเนื่อง เราวิเคราะห์คดีโดยพิจารณาทั้งข้อกฎหมาย เอกสาร พยานหลักฐาน และผลกระทบในทางปฏิบัติ
ทีมทนายคดีนิติบุคคลอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร
คดีนิติบุคคลเป็นคดีที่มีคู่กรณีและผู้มีส่วนได้เสียจำนวนมาก การตัดสินใจแต่ละเรื่องอาจส่งผลต่อเจ้าของร่วม สมาชิก คณะกรรมการ ผู้จัดการ และผู้พักอาศัยทั้งโครงการ
ทีมทนายบ้านและคอนโดพร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการในกรณีต่าง ๆ เช่น
- นิติบุคคลไม่สามารถเรียกเก็บค่าส่วนกลางได้
- เจ้าของร่วมถูกเรียกเก็บเงินโดยไม่เป็นธรรม
- มติที่ประชุมหรือการเลือกตั้งกรรมการไม่ถูกต้อง
- ผู้จัดการหรือกรรมการไม่เปิดเผยเอกสาร
- มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินหรือการจัดซื้อจัดจ้าง
- ทรัพย์ส่วนกลางถูกบุคคลบางรายครอบครอง
- ผู้พัฒนาโครงการไม่ส่งมอบสาธารณูปโภค
- ลูกบ้านต้องการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
- เกิดความเสียหายจากการบริหารจัดการหรือการละเลยหน้าที่
เราพร้อมวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและเสนอแนวทางที่เหมาะสม ตั้งแต่การทำหนังสือทางกฎหมาย
การเจรจา การจัดประชุม การยื่นเรื่องต่อหน่วยงานราชการ ไปจนถึงการฟ้องและต่อสู้คดีในศาล
ให้ทีมทนายบ้านและคอนโดช่วยตรวจสอบแนวทางดำเนินการก่อนที่ข้อพิพาทจะขยายตัว
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*
แนะนำทนายด้านคดีนิติบุคคล

ทรงยศ พรมแสง (ทนายโอ๊ต)
ทนายทรงยศ เชี่ยวชาญด้านทนายว่าความด้านอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการอบรมหลักสูตรนักประเมินค่าทรัพย์สินเพื่อประกอบอาชีพนายหน้าและนักลงทุน
ปรึกษาคดีนิติบุคคลกับทนายบ้านและคอนโด
อย่าปล่อยให้ปัญหาค่าส่วนกลาง มติที่ประชุม การบริหารงาน หรือทรัพย์ส่วนกลางลุกลามจนสร้างความเสียหายต่อทั้งโครงการ
ให้ทนายบ้านและคอนโดช่วยตรวจสอบเอกสาร วิเคราะห์สิทธิ และกำหนดแนวทางดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ติดต่อเราได้เลย ปรึกษาเบื้องต้นฟรี*

